×

บท 2: เหยียบก็เปลือง ผ่อนก็แพ้

28.10.2026
ภาพจำลองการแข่งขันโมเดลปัญญาประดิษฐ์หรือ AI บนสนามแข่งทะเลทราย

เมื่อธุรกิจโลกใหม่กลายเป็นการแข่งขันกลางทะเลทราย

 

ฟัง Morning Wealth บนเวที Secret Sauce Summit 2026: The Age of Builders แล้ว ผมนึกถึงการแข่งขันรถกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง

 

ไม่มีใครรู้แน่ว่าเส้นชัยอยู่ที่ไหน… แต่ทุกคันกำลังเหยียบคันเร่ง

 

เหยียบก็เปลือง ผ่อนก็แพ้

 

ภาพนี้คล้ายการแข่งขันของธุรกิจโลกใหม่อย่างน่าประหลาด

 

โดยเฉพาะ AI ช่วงแรกแข่งกันว่า Model ใครเก่งกว่า – Model War

 

เมื่อ Model เก่งขึ้นเรื่อยๆ ก็พบว่า ความฉลาดอย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Chip, Data Center, Energy และ Computing Power มหาศาลมารองรับ – Infrastructure War

 

แต่สร้างของเก่งและเร็วแล้ว นักลงทุนก็เริ่มถามว่า…แล้วรายได้อยู่ไหน?

 

จึงเข้าสู่ Revenue War

 

และเมื่อการสร้าง Infrastructure กับ Model ต้องใช้เงินมหาศาล ขณะที่รายได้กำลังมา แต่กำไรอาจยังอยู่อีกไกล สนามรบจึงเคลื่อนไปสู่อีกเรื่อง Capital War

 

บนเวทีมีการยก OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT กับ Anthropic ผู้สร้าง Claude เป็นตัวอย่าง เราอาจเห็น ChatGPT กับ Claude แข่งกันบนหน้าจอว่าใครฉลาดกว่า Coding ดีกว่า หรือมีความสามารถใหม่อะไรออกมาก่อนกัน

 

แต่หลังหน้าจอ ทั้งสองบริษัทกำลังแข่งอีกเกมหนึ่ง เกมของ Capital และ Confidence มีการพูดถึงความเป็นไปได้ของการเข้าสู่ตลาดหุ้นของทั้งสองบริษัท

 

ถ้าเปรียบเป็นการแข่งขันกลางทะเลทราย ผมจึงมองว่า ‘IPO ไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง’

 

รถต้องแวะเติม เพื่อวิ่งต่อ ความยากคือ คนขับต้องแข่งทั้ง ความเร็วและความอึด

 

ยิ่งเหยียบ รถยิ่งเร็ว ตลาดยิ่งขยาย Revenue ยิ่งโต แต่น้ำมันก็ยิ่งถูก Burn

 

คนที่ลุ้นตัวโก่งอาจไม่ใช่แค่คนขับ แต่คือนักลงทุนที่ยืนดูเงินที่ตัวเองใส่เข้าไปถูกเผาไปเรื่อยๆ เขาอยากให้รถวิ่งเร็ว เพราะถ้าผ่อน คู่แข่งอาจแซง แต่อีกใจก็อยากเห็นกำไร

 

ปัญหาคือ หากบังคับให้บริษัทรีบทำกำไร ด้วยการลด Investment ลด Compute ลดคน หรือลดการขยายตลาด ก็อาจเหมือนสั่งให้นักแข่ง ถอนคันเร่ง ในขณะที่คู่แข่งกำลังเหยียบ

 

ทุกอย่างดูย้อนแย้งกัน

 

Revenue โต ไม่ได้แปลว่า Cash ดี

 

Cash Burn ไม่ได้แปลว่าธุรกิจไม่ดี

 

และยังไม่มีกำไร ก็ไม่ได้แปลว่าควรรีบทำกำไรเสมอไป

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ Burn เท่าไร? แต่คือ Burn เพื่ออะไร?

 

ถ้าเงินที่เผาวันนี้กำลังสร้าง Technology, Data, Customer Base, Brand, Network Effect หรือ Capability ที่ทำให้วันพรุ่งนี้คู่แข่งตามได้ยากขึ้น นั่นอาจเป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อซื้ออนาคต

 

แต่ถ้าทันทีที่หยุดอัดเงิน Growth ก็หยุด…เราอาจไม่ได้กำลัง สร้าง Growth แต่อาจเพียงกำลัง เช่า Growth ด้วยเงินของนักลงทุน

 

สองอย่างนี้หน้าตาคล้ายกันมาก

 

จนกระทั่งเงินเริ่มหมด

 

นี่ทำให้ผมคิดต่อว่า ใน Age of Builders เราพูดถึง Software Engineer กันมาก

 

แต่บางที Financial Engineer อาจสำคัญไม่แพ้กัน

 

ผมไม่ได้หมายถึง Financial Engineering ในความหมายของการสร้างตราสารการเงิน แต่หมายถึงคนที่สามารถออกแบบ Capital, Liquidity และจังหวะการใช้เงิน ให้สัมพันธ์กับความเร็วของธุรกิจ

 

Software Engineer ทำให้รถ วิ่งเร็วขึ้น Financial Engineer ต้องรู้ว่า เมื่อไรควรเหยียบ เมื่อไรควรผ่อน น้ำมันเหลือเท่าไร ปั๊มหน้าอยู่ไกลแค่ไหน

 

และที่ยากที่สุดคือ ทำอย่างไรให้เจ้าของปั๊มยังเชื่อว่า รถคันนี้ควรได้รับน้ำมันเพิ่ม

 

CFO ยุคใหม่จึงไม่ได้บริหารเพียง Cash Flow แต่ต้องบริหาร Flow of Confidence ไปพร้อมกัน เพราะเงินไม่ได้ไหลเข้าบริษัทเพียงเพราะบริษัทต้องการเงิน มันไหลเข้ามาเพราะนักลงทุนและเจ้าหนี้ ยังเชื่อในอนาคตที่บริษัทกำลังสร้าง

 

Capital War จึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครหาเงินได้มากที่สุด แต่คือ ‘ใครเปลี่ยนเงินหนึ่งบาทที่ Burn วันนี้ ให้กลายเป็นระยะทางสู่ออนาคตได้ไกลที่สุด’

 

ก่อนออกจาก Session นี้ ผมมีสามคำถามที่อยากเอากลับไปคุยในห้องบอร์ด

 

  1. ถ้าวันนี้บริษัทเรายังขาดทุน เรารู้จริงหรือไม่ว่าเรากำลัง “ลงทุนเพื่อซื้ออนาคต” หรือเพียง “ใช้เงินซื้อเวลา”?
  2. ทุกบาทที่เรา Burn วันนี้ กำลังซื้ออะไรที่ทำให้พรุ่งนี้คู่แข่งตามเราได้ยากขึ้น?
  3. ถ้าปั๊มน้ำมันข้างหน้าปิด – นักลงทุนไม่เติมทุนก้อนใหม่ – รถของเรายังวิ่งต่อได้อีกไกลแค่ไหน โดยไม่ต้องผ่อนจนเสียการแข่งขัน?

 

Business Model ดีเลิศก็อาจไม่รอด รถดีที่สุดก็อาจไปไม่ถึงเส้นชัย

 

เพราะในการแข่งขันกลางทะเลทรายที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเส้นชัยอยู่ตรงไหน

 

ผู้ชนะอาจไม่ใช่คนที่ วิ่งเร็วที่สุด แต่อาจเป็นคนที่รู้ว่า

 

เมื่อไรควรเหยียบ เมื่อไรควรผ่อน และทำอย่างไรให้มีน้ำมันพออยู่ในการแข่งขัน จนถึงวันที่มองเห็นเส้นชัย

 

ภาพ: Jack_the_sparow / Shutterstock


READ MORE





Latest Stories