×

เปิดบันทึกชีวิต 104 วันไกลบ้านของ ‘ฌอง เอวราร์ด คูอัสซี’ นักเตะทีม ‘อู่ฮั่น ซอลล์’

27.04.2020

104 วัน จาก 23 มกราคม ถึง 18 เมษายน คือช่วงเวลาที่ ฌอง เอวราร์ด คูอัสซี ปีกตัวจี๊ดวัย 25 ปี ชาวไอวอรีโคสต์ ของทีมอู่ฮั่น ซอลล์ (Wuhan Zall) จะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต

 

อย่างที่เราได้รับรู้กันว่าเมืองอู่ฮั่นคือศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งยิ่งใหญ่ของโลกในปี 2020 ที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี ไม่ต่างอะไรจากมหาสงครามโลกครั้งที่ 2 

 

ทุกประเทศทั่วโลกยังคงต้องต่อสู้อย่างหนักกับสิ่งมีชีวิตตัวร้ายเล็กๆ ที่มองไม่เห็น มีจำนวนผู้ติดเชื้อรวมกันทั้งโลกมากกว่า 3 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตแล้วเกินกว่า 2 แสนคน แต่อย่างน้อยสถานการณ์ที่กลับสู่สภาวะใกล้เคียงปกติ และข่าวการ ‘เปิดเมือง’ อู่ฮั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี เป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของเรื่องนี้

 

โดยเฉพาะสำหรับคูอัสซีและเพื่อนร่วมทีมของเขา ที่ต้องผ่านอะไรมาไม่น้อยตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ที่พวกเขาจำเป็นจะต้องออกจากเมืองที่อยู่อาศัยเป็นการชั่วคราว

 

ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเป็นการเดินทางที่ยาวไกลและหนาวเหน็บในหัวใจขนาดนั้น

 

ย้อนหลังกลับไปในช่วงต้นเดือนมกราคม เหล่านักเตะในทีมอู่ฮั่น​ ซอลล์ต่างขะมักเขม้นกับการเก็บตัวในช่วงพรีซีซันอยู่ที่เมืองกวางโจว ซึ่งอยู่ห่างจากอู่ฮั่นราว 520 ไมล์ 

 

เป้าหมายอยู่ที่ความพร้อมขั้นสูงสุดก่อนที่ฤดูกาลใหม่ของไชนีสซูเปอร์ลีกจะเริ่มในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 

 

แต่แล้วการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวร้ายก็ทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความโกลาหล มีคำสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นในวันที่ 23 มกราคม คำสั่งนี้ทำให้ใครเข้าเมืองก็ไม่ได้ และคนที่อาศัยอยู่ภายในก็ออกจากเมืองไม่ได้เหมือนกัน 

 

นั่นหมายถึงทั้งทีมอู่ฮั่น ซอลล์ถูกตัดขาดจากครอบครัวและเพื่อนฝูงอย่างสิ้นเชิง

 

สถานการณ์คับขันดังกล่าวทำให้สโมสรตัดสินใจที่จะส่งตัวผู้เล่นและสตาฟฟ์โค้ชทั้งทีมไปเก็บตัวต่อที่สเปนเพื่อหนีโรคระบาดและเพื่อเตรียมความพร้อมต่อ โดยบินไปลงที่เมืองมาลากา และเข้าแคมป์เก็บตัวที่คอสตาเดลโซลในอีก 6 วันหลังคำสั่งล็อกดาวน์

 

ในเวลานั้นทุกคนยังเชื่อว่าพวกเขาจะได้กลับจีนทันเวลาก่อนที่ฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้น แต่มันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

 

และสถานะของคนที่มาจากอู่ฮั่นได้กลายเป็นตราบาปแก่พวกเขาทั้งที่ไม่ได้เตรียมตัวและไม่เคยเตรียมใจ

 

“มีช่วงเวลาที่แปลกประหลาดเยอะแยะมากมาย มีสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและเพื่อนร่วมทีมที่เราคงจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต” คูอัสซีเผย

 

ปัญหาที่เขาและทีมเจอคือ อู่ฮั่นกลายเป็นคำต้องห้ามในยุโรป ไม่มีใครต้อนรับพวกเขาอีกต่อไป โรงแรมที่พักที่จองไว้ถูกยกเลิก การติดต่อกับคนภายนอกศูนย์ฝึกกลายเป็นเรื่องที่ยากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นในระดับคนทั่วไปหรือในระดับของคนทำงานมืออาชีพเองก็ตาม

 

“ช่วงเวลาในสเปนเป็นช่วงเวลาที่ยาก เป็นช่วงเวลาที่ลำบากมาก” คูอัสซีกล่าว “เพราะเราจำเป็นต้องสวมยูนิฟอร์มของสโมสรในเวลาที่เราออกไปข้างนอก ดังนั้นทุกคนจะเห็นชัดว่าเราคือใคร และพวกเขาก็มองเราแบบแปลกแยก โดยเฉพาะนักฟุตบอลชาวจีนที่เจอกับประสบการณ์เลวร้ายมากๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ต

 

“สำหรับสตาฟฟ์โค้ชเองก็เจอกับความยากลำบากเหมือนกัน พวกเราซ้อม แต่ไม่มีใครเลยที่อยากจะมาเล่นกระชับมิตรกับเรา ทุกสัปดาห์เราอยากจะมีเกมลงเล่นกับทีมอื่น แต่เราหาคู่แข่งไม่ได้เลย นั่นหมายความว่าแผนของทีมโค้ชต้องมีการปรับเปลี่ยน และโค้ชจำเป็นต้องคิดในแบบที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

 

“เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อทีม เพราะเราทำได้แค่ฝึกซ้อมไปวันๆ ทุกคนอยากจะทำอะไรที่แตกต่าง แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม”

 

สิ่งเลวร้ายที่นักเตะชาวจีนได้พบเจอทำให้ยิ่งเป็นความท้าทายของนักฟุตบอลชาวต่างชาติอย่างคูอัสซี เพื่อนๆ ที่มีรวม 5 คน และโค้ชชาวสเปนอย่าง โฆเซ่ กอนซาเลซ ที่ต้องแบกรับในสิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ในทีมไม่พร้อมจะเผชิญ

 

เพราะแม้กระทั่งการลงซ้อมทั่วไป นักเตะจีนก็ไม่อยู่ในสภาพจิตใจที่จะลงสนามไหว

 

“บรรยากาศนั้นเลวร้ายมาก” คูอัสซีเล่าในสิ่งที่เกิดขึ้น “เวลาที่ลงซ้อมเราจะได้เห็นว่านักฟุตบอลจีนไม่อยากที่จะออกมาเลย พวกเขาดูกังวลและรู้สึกแปลกแยก ทุกวันมันจะมีข่าวมาจากอู่ฮั่น และส่วนใหญ่มันคือข่าวร้าย จะมีคนที่ได้ข่าวว่ามีคนใกล้ชิดป่วย

 

“สถานการณ์แบบนี้ทำให้การเล่นฟุตบอลเป็นไปได้ยาก ดังนั้นโค้ชจึงพยายามจะทำให้การซ้อมกระชับขึ้น พวกเราต้องพยายามที่จะทำให้ตัวเราเองมีความสุข ทุกสัปดาห์เราจะมีวันพักที่จะได้ออกไปข้างนอกแคมป์บ้าง แต่มันก็เป็นเรื่องเลวร้ายโดยเฉพาะกับเพื่อนๆ นักเตะชาวจีน”

 

เรื่องนี้จึงเป็นที่มาของประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน แต่มันก็ไม่ได้มีแค่นั้น

 

บรรยาย: แฟนบอลอู่ฮั่น ซอลล์ มาให้การต้อนรับขวัญใจของพวกเขาที่ได้เดินทางกลับบ้านครั้งแรกเมื่อ 18 เมษายนที่ผ่านมา

 

ข่าวการอนุญาตให้รถไฟความเร็วสูงออกจากอู่ฮั่นได้ทำให้เขารู้สึกมีความสุขกับเพื่อนมากกว่าตัวเอง เพราะนั่นหมายถึงการที่จะมีหลายๆ คนจะมีโอกาสได้พบกับครอบครัวบ้าง รวมถึงคูอัสซีที่ได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ไอวอรีโคสต์ในช่วงสั้นๆ แต่ฝันร้ายมันไม่ได้จบแค่นั้น

 

คูอัสซีถูกเรียกตัวกลับมาสเปนในวันที่ 14 มีนาคมเป็นการด่วน สถานการณ์ในแดนกระทิงดุเวลานั้นกำลังร้อนเหมือนไฟนรก ผู้คนเจ็บป่วยล้มตายจำนวนมาก และสโมสรตัดสินใจเด็ดขาดว่าการกลับจีนอาจจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

 

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะได้กลับเข้าบ้านทันที ในทางตรงกันข้าม ทุกคนได้เจอกับบททดสอบที่ยากเย็นอีกขั้นของชีวิต

 

ผู้เล่นของทีมอู่ฮั่น ซอลล์บินกลับจากสเปนมาที่เซินเจิ้น และต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ในห้องพักที่มองไม่เห็นเดือน ไม่เห็นตะวัน

 

“ผมเรียกมันว่าคุก” คูอัสซีกล่าว

 

“มันเหมือนกับการติดคุก การกักตัวนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก และมันจะเป็นช่วงเวลาที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต เราไม่สามารถออกไปไหนได้เลยในช่วงเวลา 14 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก”

 

สิ่งที่เขาและทีมทำได้นอกจากการใช้ชีวิตประจำวันอย่างการนอนเล่น ทำกับข้าวกินเอง ดูทีวี ก็มีแค่การพยายามรักษาสภาพความฟิตด้วยการวิดพื้นและออกกำลังกายในรูปแบบอื่นๆ 

 

โชคดีที่การกักตัวผ่านไปด้วยดี ทำให้อู่ฮั่น ซอลล์ได้รับอนุญาตให้ไปเก็บตัวในแคมป์ใกล้กับเมืองกวางโจว และล่าสุดทุกคนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ก่อนจะเพิ่งลงฝึกซ้อมในอู่ฮั่นได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม

 

แต่กระบวนการยังไม่จบแค่นี้ “เราต้องถูกตรวจเลือดทุกวันก่อนการซ้อม ดีที่การตรวจรวดเร็วและทุกอย่างโอเค

 

“ผมไม่ได้รู้สึกว่าโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราในเวลานี้ ถ้าเราเคารพในสิ่งที่เราถูกขอร้องให้ทำ เช่นการสวมหน้ากากในเวลาที่ออกไปข้างนอก และในระหว่างการเดินทางจากบ้านไปสนามซ้อม ทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี”

 

สำหรับสถานการณ์ในอู่ฮั่น เมืองนั้นยังไม่ถึงกับ ‘หายดี’​ เต็มร้อย

 

แต่ก็เริ่มมีสัญญาณชีวิต ชีพจรของเมืองอย่างร้านค้าและร้านอาหารเริ่มทยอยเปิดอีกครั้ง ชาวเมืองเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ โดยที่ทุกคนต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ‘Green Code’ ซึ่งจะตรวจสอบข้อมูลสุขภาพก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือที่ชุมชน

 

“ตอนที่เราจากมา เราได้ยินอะไรเยอะแยะมากมาย แต่ตอนนี้เราเริ่มมองเห็นแล้วว่าชีวิตเริ่มกลับมาโอเคอีกครั้งแล้ว”

 

ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าไชนีสซูเปอร์ลีกจะกลับมาได้เมื่อไร ซึ่งมีการคาดกันไว้ว่าจะเป็นช่วงเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคมนี้ แต่อย่างน้อยการก้าวผ่านช่วงเวลาที่เลวร้าย 104 วันของชีวิตก็ทำให้คูอัสซีได้รู้แล้วว่าอะไรที่สำคัญ

 

สิ่งนั้นคือการที่ทุกคนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ

 

และคูอัสซีก็หวังว่าทุกคนบนโลก ไม่เฉพาะแค่ที่จีน จะกลับมามีชีวิตเหมือนเดิมได้อีกครั้งในเร็วๆ นี้

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:


READ MORE






Latest Stories