วันนี้ (29 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง
ศิริโชค โสภา อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวก่อนเข้าประชุมฯ ว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะเจาะจงกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่พยายามค้นหาเส้นเงินที่ใช้บริษัทในประเทศไทยที่เอาไปเล่นการพนันใน shuffer.com ซึ่งเจอเส้นเงิน 100 กว่าล้านที่ Bitkub แล้ว ทาง Bitkub ได้ยืนยันมาแล้ว เจอที่บริษัท Maxbit ทางบริษัท Maxbit ก็ยืนยัน วันนี้ กมธ. ได้เชิญบริษัท Gulf Binance มา ถ้าพบเส้นเงินอีกจะเห็นว่าธุรกิจคริปโตต้องให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้าไปดูแลตรวจสอบอย่างเข้มงวด ไม่ได้โทษบริษัทที่ซื้อขายคริปโต แต่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นต้องมีการตรวจสอบ เพื่อให้การฟอกเงินและการใช้เงินคริปโตเอาไปเล่นการพนันน้อยลง
ศิริโชคระบุต่อไปว่า เรื่องนี้ต้องแยกออกจากเรื่องการซื้อขายคริปโตปกติ เพราะการซื้อเหรียญคริปโตไม่ผิดกฎหมาย เหมือนเอาเงินไปแลกเงินดอลลาร์ก็ไม่ผิดกฎหมาย แต่เมื่อแลกเป็นเหรียญคริปโตแล้วเอาไปเล่นการพนัน นี่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.การพนัน 2478 ซึ่งวันนี้ต้องดูว่าบริษัท Gulf Binance จะมีเส้นเงินหรือไม่ และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีมูล ถ้าไม่มีมูลเขาคงไม่เรียกมา
เมื่อถามถึงกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ของบริษัทเหล่านี้ ศิริโชคระบุว่าต้องสอบถามทางบริษัท เพราะบริษัทพวกนี้สามารถใช้บริการบริษัทชั้นนำที่จะมีเครื่องมือเรียกว่า Blockchain Analytics ซึ่งสามารถตรวจสอบและประเมินค่าความเสี่ยงของธุรกรรมได้ เมื่อได้ค่าความเสี่ยงก็สามารถบล็อกธุรกรรมนั้นได้ ต้องถามว่าทาง Gulf Binance มีหรือไม่ เพราะการใช้บริการจะมีค่าใช้จ่าย ซึ่งต้องตรวจสอบกันอีกทีเนื่องจากส่วนนี้ ก.ล.ต. ไม่ได้บังคับให้ทำ เพียงแต่จะมีการบังคับใช้ในปี 2570 แต่ตนมองว่าไม่ว่าจะบังคับใช้ตอนไหน การตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินก็ควรจะทำอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะต้องรอจนถึงปี 2570
ส่วนกรณีคำถามว่าจะมีการวอล์กเอาต์จากฝั่งพรรคภูมิใจไทยอีกหรือไม่ ศิริโชคระบุว่า ต้องดูว่า ศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ไปทำภารกิจยื่น ป.ป.ช. ทุกรายการจบสิ้นแล้วหรือไม่ หลังจากนั้นตนก็ไม่ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัว แม้รู้จักกันนานแล้วแต่ไม่ได้มีความสนิทสนมกันแต่อย่างใด
ด้าน รังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ. กล่าวในที่ประชุมว่า หน่วยงานสำคัญอย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รับปากว่าจะนำข้อมูลมาให้ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีได้ทำหนังสือแจ้งติดภารกิจ และมอบหมายให้ปลัดกระทรวงมาชี้แจงแทน ทว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ สุชาดา ซางแทนทรัพย์ และสามี คือ ไท่หยาง ซาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด ไม่ได้ตอบรับเข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด แต่กลับพบว่าสุชาดาลุกขึ้นหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ
ขณะเดียวกัน ในส่วนของ สส. พรรคภูมิใจไทยที่เป็น กมธ. ทั้งหมด 5 คน พบว่ามีเพียง ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส. สงขลา และ รินทร์ลิตา อดิษะ สส. บัญชีรายชื่อ เดินทางมาร่วมประชุม เช่นเดียวกับ สส. พรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในนัดนี้ด้วยเช่นกัน

