วันนี้ (29 ตุลาคม) เวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ด้วยตัวเองว่า ตนก็ใช้สิทธิ์ของตน เนื่องจากมีรองนายกรัฐมนตรีถึง 6 คน และรัฐมนตรีอีก 29 คน ดังนั้น เรื่องใดเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีคนใด รัฐมนตรีคนนั้นก็ไปตอบ ถือเป็นเรื่องปกติที่ปฏิบัติกันมาโดยทั่วไปอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าการไม่มาตอบกระทู้ด้วยตัวเองถูกมองว่าเป็นการด้อยค่าฝ่ายนิติบัญญัติ นายกรัฐมนตรีย้อนถามทันทีว่า “ใครด้อยค่า” เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่าฝ่ายค้าน นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวว่า เวลาตนลงพื้นที่พบข้าราชการ ก็ไม่เห็นมีใครมาด้อยค่า มีแต่ชื่นชมว่ารัฐบาลทำงานหนักมาก มากกว่าพวกเขา เพราะรัฐบาลนำงานไปส่งมอบให้ประชาชน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายได้ โดยเฉพาะกิจการงานสภาฯ ซึ่งได้มอบหมายให้รัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนดำเนินการในนามนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว จึงไม่ได้มีอะไรเสียหาย และไม่ใช่การหลบเลี่ยงการทำหน้าที่
“อย่างวันนี้ เห็นไหม พอสัปดาห์นี้ผมเข้ามาบ่อย เพราะไม่มีภารกิจอื่นๆ เพราะเราเตรียมตัวไว้แล้วว่าจะมารับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สัปดาห์นี้ผมก็เข้าสภา แต่ถ้าสัปดาห์อื่นๆ สัปดาห์หน้าก็ติดภารกิจต่างประเทศ ติดภารกิจประชุมอะไรต่างๆ มากมาย เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเวลา มีโอกาส ก็มาทำหน้าที่ สส. ไม่ได้มีหน้าที่มาทำตามคำวิพากษ์วิจารณ์หรือการเล่นเกมอะไรของคนอื่น”
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่ หลังพรรคกล้าธรรมขอเวลาในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นกัน นายกรัฐมนตรีตอบสั้นๆ ว่า “ยังไม่ได้คุย”
ส่วนกรณีเมื่อวานนี้มีภาพนายกรัฐมนตรีพบกับสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย จนสังคมจับตามองว่าอาจมีการพูดคุยเกี่ยวกับคดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สุชาดาเป็นลูกพรรคของตน แต่ไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องคดีแต่อย่างใด เพียงสอบถามถึงการลงพื้นที่พบประชาชนว่าเป็นอย่างไร
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค สิ่งที่ต้องการเห็นมากที่สุดคือ สส.พรรคภูมิใจไทยต้องลงพื้นที่พบปะและอยู่ใกล้ชิดประชาชนตลอดเวลา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมแก้เกมรัฐบาลด้วยการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไม่มีเกมอะไร ทุกอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมให้ฝ่ายค้านซักฟอก โดยรัฐบาลจะตอบข้อสงสัยต่างๆ อย่างชัดเจน
เมื่อถามว่ามีความจำเป็นในการยื่นญัตติหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้าน รัฐบาลไม่ได้เป็นฝ่ายยื่นญัตติ
เมื่อถามถึงกรณีที่ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีความพร้อม จึงต้องเลื่อนการอภิปรายไปในช่วงเดือนธันวาคม
นายกรัฐมนตรีหัวเราะก่อนกล่าวว่า “คนไม่พร้อมคือใคร” พร้อมระบุว่า เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะของคนที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน เพราะมอบหมายให้คนไปเจรจาเรื่องเวลา แต่ไม่ได้ติดตามหรือให้นโยบายว่าควรจะมีผลลัพธ์ออกมาอย่างไร ไม่เช่นนั้นขณะนี้คงได้นั่งฟังฝ่ายค้านอภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจแล้ว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อย่าลืมว่าเมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติมา รัฐบาลก็แจ้งว่าพร้อมตั้งแต่วันที่ 27-29 ตุลาคม โดยตอบสนองทันที แต่เมื่อมีการหารือกัน ฝ่ายที่วอล์กเอาต์กลับเป็นฝ่ายค้าน
“ผู้สื่อข่าวก็เหมือนกัน ถามก็ถามแบบไม่กรองมาก่อน ใครพูดอะไรมาก็เอามาถาม ก็เห็นอยู่แล้วว่าคนที่วอล์กเอาต์และไม่ยอมจบก็คือฝ่ายค้าน รัฐบาลก็นั่งรอเก้ออยู่ เปลี่ยนทุกอย่าง รัฐมนตรีทั้ง 18 คน ครม. ที่เหลือก็อยู่ในประเทศ ก็รอการซักฟอก แล้วก็ไม่เกิดขึ้น แล้วทางฝ่ายค้านก็กลับมาบอกว่าจะอภิปราย ซึ่งตอนนี้เร็วที่สุดก็คือวันที่ 6 ธันวาคม รัฐบาลก็เร่งแจ้งประธานสภาไป ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลที่ไม่พร้อม” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า “ผู้นำฝ่ายค้านท่านก็เป็นอย่างนี้ทุกที ข้อมูลไม่ครบ พูดอะไรแต่ละเรื่องก็พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ก็เป็นนิสัยเขาอย่างนี้ เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ วุฒิภาวะต้องข่มจิตข่มใจ ไม่เอาความโกรธหรือความไม่พอใจส่วนตัวมาพูดในเรื่องของบ้านของเมือง เพราะผู้นำฝ่ายค้านเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก ถือว่าเป็นระดับเดียวกับผม
ดังนั้นต้องมีวุฒิภาวะให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เห็นไมโครโฟนแล้วอยากพูดอะไรก็พูด เพราะคนที่ฟังคือคนทั้งประเทศ ต่อให้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องนำความสงบสุข และทำความเข้าใจในสิ่งที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติให้กับประชาชน”
เมื่อถามว่าเป็นห่วงรัฐมนตรีคนนอกที่ยังไม่มีความเจนจัดทางการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องมีความเจนจัดทางการเมือง เพราะรัฐมนตรีทุกคนทำงานด้วยความทุ่มเท ภายใต้นโยบายและเจตนารมณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชน ดังนั้น หากมีข้อกล่าวหาใดๆ รัฐมนตรีก็สามารถชี้แจงตามสิ่งที่ได้ดำเนินการไปได้ หากทำด้วยเจตนารมณ์ที่ดี
ภายหลังการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพกับนักเรียนโรงเรียนสวัสดิ์รัตนาภิมุข จังหวัดตรัง ที่เดินทางมาเยี่ยมชมอาคารรัฐสภา จากนั้นแวะซื้อเข็มกลัดติดสูทลายธงชาติไทย จำนวน 2 อัน จากร้านจำหน่ายเครื่องหมายบริเวณโถงทางเข้าห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนเข้าร่วมการประชุม

