วันนี้ (30 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายประเทศแจ้งเตือนให้ประชาชนสำรองอาหาร น้ำดื่ม และแบตเตอรี่สำรอง ให้เพียงพอสำหรับ 72 ชั่วโมง ว่า ประเทศไทยได้เตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมเรื่องการเตรียมความพร้อม ซึ่งการเตรียมความพร้อมไม่ได้หมายความว่ากำลังเกิดวิกฤต แต่หน่วยงานของรัฐ แผนรับมือ และประชาชนต้องมีความพร้อม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้
ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมความพร้อมทั้งภารกิจตามปกติและการรองรับสถานการณ์ในระดับต่างๆ โดยคาดว่าในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ สมช. จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนักวิชาการที่ติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศ มาร่วมหารือถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมและแผนรับมือสถานการณ์ในระดับต่างๆ
“ขอเน้นย้ำกับคนไทยว่า หน่วยงานของรัฐจะเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด และจะจัดเตรียมข้อมูลเพื่อแจ้งประชาชนในห้วงเวลาที่เหมาะสม” เลขาธิการ สมช. กล่าว
เมื่อถามถึงรายงานข่าวจากต่างประเทศที่ระบุว่า สหรัฐอเมริกาอาจเตรียมโจมตีอิหร่านในเร็วๆ นี้ ประเทศไทยมีข้อมูลข่าวกรองบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ดังกล่าวหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า มีข้อมูลด้านการข่าวที่หน่วยงานความมั่นคงติดตามและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากการวางกำลังและการเคลื่อนย้ายกำลังของฝ่ายต่างๆ รวมถึงความเคลื่อนไหวทางการทูตของประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินว่าสถานการณ์ขณะนี้อยู่ในระดับใด
เมื่อถามว่า หากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด ประเทศไทยมีความพร้อมในการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยทั้งสองหน่วยงานมีการประชุมหารือและวางแผนร่วมกันทุกวัน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ส่วนการเตรียมแผนสำรองพลังงาน พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้เตรียมการไว้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของวิกฤตที่ผ่านมา แต่หลังจากนี้จะต้องหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ที่อาจแตกต่างจากช่วงก่อนหน้านี้
เมื่อถามว่า หากเกิดการโจมตีระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในด้านใดบ้าง เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า สิ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนคือด้านพลังงาน โดยหากประเมินจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ก็ถือเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม เนื่องจากความขัดแย้งดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ สมช. ประเมินและเตรียมความพร้อมในส่วนที่จำเป็นล่วงหน้า เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
เมื่อถามถึงความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ หลังหลายประเทศเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รวมถึง สมช. ได้รับทราบสถานการณ์และเตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว
ส่วนความเป็นไปได้ที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะบานปลายและยืดเยื้อ หากเกิดการปะทะขึ้นอีกครั้ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ยังต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
ภายหลังการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ได้แนะนำทีมโฆษกสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมี พิชญเดช โอสถานนท์ ทำหน้าที่โฆษกสำนักงาน สมช. พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของ สมช. ซึ่งจะมีการแจ้งความคืบหน้าของสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เป็นระยะ

