×

‘ชัชชาติ’ แก้ปมพ่อไทยทิพย์ เผย กทม. พบ 40 เคสโยงเจ้าหน้าที่ชุดเดิม สั่งคุมเข้มต่างด้าวแจ้งเกิดต้องมาเอง-โรเตชันข้าราชการสกัดทุจริต

โดย THE STANDARD TEAM
28.10.2026
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวปมการตรวจพบขบวนการพ่อไทยทิพย์

วันนี้ (28 ตุลาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจพบขบวนการทุจริตแจ้งเกิดโดยใช้ข้อมูลบิดาอันเป็นเท็จ หรือเครือข่ายพ่อไทยทิพย์ ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ามีกรณีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กรุงเทพมหานครประมาณ 40 กว่าราย

 

โดยเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2560–2563 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตแต่ส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ล้วนเป็นบุคคลเดิมที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไปดำเนินคดีก่อนหน้านี้แล้ว

 

ชัชชาติกล่าวว่า ในฐานะที่ กทม. มีบทบาทรับผิดชอบการรับแจ้งเกิดผ่านสำนักงานเขต ปัจจุบันได้สั่งการให้ปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบให้มีความรอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก เช่น ประวัติการสมรสของบิดา และข้อสังเกตอื่นๆ ที่อาจเข้าข่ายความผิดปกติ พร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามแนวทางของกรมการปกครองอย่างเคร่งครัด หากพบเจ้าหน้าที่รายใดทุจริต จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที

 

สำหรับกรณีที่กระทรวงมหาดไทยได้ออกแนวทางให้บิดาและมารดาเด็กต้องเดินทางมาแจ้งเกิดด้วยตนเอง โดยไม่อนุญาตให้มอบหมายให้โรงพยาบาลหรือบุคคลอื่นดำเนินการแทนนั้น กทม. พร้อมปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างเต็มที่

 

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ที่ผ่านมาการให้ผู้อื่นแจ้งเกิดแทนถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน แต่เมื่อเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าว ซึ่งมีประเด็นด้านความมั่นคงและการสวมสัญชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดและรอบคอบด้วยตนเอง เพื่อป้องกันการทุจริตและให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย

 

นอกจากนี้ ชัชชาติยังเปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกด้านการบริหารงานบุคคลว่า กทม. ได้นำมาตรการหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน (Rotation) มาใช้ โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสำนักงานเขตเดิมเป็นระยะเวลา 3–4 ปี จะต้องถูกหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปปฏิบัติงานในสำนักงานเขตอื่น

 

เป้าหมายสำคัญของมาตรการนี้ คือการลดความคุ้นเคยเชิงลึกในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการทุจริตหรือการสร้างเครือข่ายเอื้อผลประโยชน์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และสร้างความโปร่งใสในการให้บริการประชาชนในระยะยาว


READ MORE





Latest Stories