×

ภราดร สั่ง ป.ป.ท. สอบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สวมสิทธิ์สัญชาติไทย พบทะเบียนบ้านเดียวมีชื่อ 200 คน แฉรับจ้างสมรส-หย่าอำพราง 9 พันบาท

โดย THE STANDARD TEAM
28.10.2026
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการ ป.ป.ท. ตรวจสอบขบวนการพ่อทิพย์สวมสิทธิ์สัญชาติไทย

วานนี้ (27 ตุลาคม) เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า ตนได้เข้าพบภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังจากวันเดียวกันนี้ กองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าบังคับใช้กฎหมายในปฏิบัติการ ‘ตัดบทพ่อทิพย์’ ปราบปรามเครือข่ายทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ จ้างชายไทยแอบอ้างเป็นบิดา (พ่อทิพย์) เพื่อให้บุตรคนต่างด้าวได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยวันนี้คนที่กระทำความผิดอย่างน้อยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

ภูมิวิศาลกล่าวว่า โดยสัปดาห์หน้าภราดรจะไปมอบนโยบายที่สำนักงาน ป.ป.ท. ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ในการบังคับให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ทั้งเรื่องของทะเบียนราษฎรและการดำเนินการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรือผู้ใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องอยู่ในกรอบ

 

เมื่อถามว่า จากการปฏิบัติการครั้งนี้สาวไปถึงต้นตอหรือไม่ ภูมิวิศาลกล่าวว่า เรื่องของต้นตออยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง อยู่ระหว่างการสืบสวน ต้องขอสงวนไว้เพื่อให้เราได้ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไปจะดีกว่า ซึ่งเราไม่สามารถบอกได้ว่าจะโยงไปถึงใครหรือเป็นอย่างไรต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องมีความเข้มงวดและกวดขันกันมากคือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่และมีอำนาจ ทำไมถึงมีการปล่อยปละเรื่องนี้ให้เกิดเรื่องขึ้นมา จนมีผลกระทบต่อความมั่นคง ซึ่งต้องไม่ลืมว่าถ้าใครเข้ามาอยู่ในประเทศไทยแล้วได้สิทธิแบบนี้หมด อีกหน่อยก็จะมีพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ และลูกทิพย์เกิดขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม แล้วใครจะรับผิดชอบในส่วนนี้

 

ภูมิวิศาลกล่าวว่า อย่างที่ตรวจสอบพบบางทะเบียนบ้านมีชื่อเป็นผู้พักอาศัยถึง 200 คน รวมถึงตรวจสอบพบผู้ที่เป็นพ่อทิพย์บางคนทำอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยได้รับค่าจ้างเพื่อจดทะเบียนสมรสอำพราง 5 พันบาท และต่อมาได้ไปจดทะเบียนหย่า ได้อีก 4 พันบาท รวม 9 พันบาท

 

ภูมิวิศาลกล่าวว่า ฉะนั้น ต่อไปนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องดำเนินการให้อยู่ในร่องในรอย ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ ตามหน้าที่และอำนาจ เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร ภูมิวิศาลกล่าวว่า ต้นสังกัดก็ต้องไปดำเนินการทางปกครองและวินัย ส่วน ป.ป.ท. จะรับดำเนินการในส่วนของคดีอาญาตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งวันนี้ภราดรเรียกตนมาสั่งการและกำชับให้ลงไปตรวจสอบเจ้าหน้าที่มีส่วนกระทำความผิดในเรื่องนี้

 

เมื่อถามว่า จะมีการปฏิบัติการครั้งต่อไปอีกหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า คงไม่ใช่แค่นี้แน่นอน เราคงต้องกดดันและเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสะสางปัญหานี้ เอาทุกอย่างขึ้นมาอยู่บนพื้นดินในสิ่งที่ถูกต้องได้


READ MORE





Latest Stories