วานนี้ (19 ตุลาคม) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อุทกภัย จังหวัดปราจีนบุรี ที่อาจสัมผัสสารปิโตรเคมีจากน้ำและคราบน้ำมัน โดยกรมควบคุมโรคได้ให้ความสำคัญกับการประเมินผลกระทบจากประวัติการสัมผัส ระยะเวลา และอาการผิดปกติ เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงและกำหนดแนวทางดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม
จากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมปฏิบัติงานได้คัดกรองสุขภาพประชาชนในรัศมี 2-7 กิโลเมตรจากจุดทิ้งขยะอันตรายและแนวคราบน้ำมัน ในพื้นที่ตำบลคู้ลำพัน ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ และตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ รวมทั้งสิ้น 250 ราย ผลการคัดกรองพบกลุ่มเสี่ยงสูง 52 ราย กลุ่มเสี่ยงปานกลาง 145 ราย และกลุ่มเสี่ยงต่ำ 53 ราย โดยยังไม่พบผู้ที่มีอาการเข้าข่ายอันตราย
ทั้งนี้ ทีมปฏิบัติงานได้เก็บตัวอย่างปัสสาวะจากกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 50 ราย เพื่อตรวจหาสารปิโตรเคมี ได้แก่ โทลูอีน (Toluene), สไตรีน (Styrene), เบนซีน (Benzene) และสารหนู (Arsenic) เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยงร่วมกับประวัติการสัมผัส
นอกจากนี้ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศด้วยเครื่อง GC portable จำนวน 2 จุด ในตำบลโคกปีบ พบว่าปริมาณสารระเหย (BTEXS), ก๊าซไข่เน่า (H2S) และ 1,3-Butadiene ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าขีดจำกัดความสามารถในการตรวจวัด (LOD) ซึ่งถือว่าปลอดภัย
ด้าน นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนที่สงสัยว่าปนเปื้อน หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรแต่งกายมิดชิด สวมรองเท้าบูต และปิดแผลให้สนิท เมื่อสัมผัสน้ำแล้วต้องรีบล้างตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
นอกจากนี้ ขอความร่วมมือประชาชนงดบริโภคสัตว์น้ำและผลผลิตทางการเกษตรจากพื้นที่ที่อาจปนเปื้อน จนกว่าจะได้รับการยืนยันความปลอดภัยจากหน่วยงานราชการ หากพบอาการผิดปกติ เช่น ผื่นคัน แสบตา ไอ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือแน่นหน้าอก ให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงทันทีและรีบพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสสารเคมี เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


