วันนี้ (20 ตุลาคม) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เสนอของบกลางปี 2570 จำนวน 10,500 ล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยเพิ่มเติม ซึ่งน่าจะครอบคลุมพื้นที่ที่เหลือทั้งหมด โดยยืนยันว่าเรื่องจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. วันนี้แน่นอน และเชื่อว่าการจ่ายเงินจะไม่สะดุด หากอนุมัติแล้วก็พร้อมดำเนินการจ่ายต่อในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ได้ทันที
ภราดรระบุว่า ปัญหาความล่าช้าไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่อยู่ที่กระบวนการตรวจสอบ โดยในพื้นที่ กทม. เจอปัญหาคอขวด ไม่เหมือนต่างจังหวัด จึงได้หารือกับ วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ไปพูดคุยกับทางเขตเพื่อตรวจสอบให้รวดเร็วขึ้น แต่ความรวดเร็วจะต้องถูกต้องและแม่นยำด้วย เพราะเกรงว่าจะเกิดการร้องเรียนตามหลังมาอีกมากมาย
ส่วนกรณีการจ่ายเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ที่บางส่วนถูกเรียกคืนนั้น ภราดรชี้แจงว่า ต้องยึดหลักการที่รัฐจะจ่ายให้เฉพาะผู้ได้รับผลกระทบตามเงื่อนไข คือเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยที่น้ำท่วมบ้านเสียหายได้ 9,000 บาท และผู้ถูกน้ำล้อม 7 วัน ได้ 5,000 บาท หากใครไม่อยู่ในเงื่อนไขแต่ทดลองลงทะเบียน สุดท้ายกระบวนการตรวจสอบเป็นเรื่องของท้องถิ่น โดยใน กทม. ทางเขตจะเป็นผู้ยืนยันสิทธิ์
สำหรับการเรียกเงินคืนนั้น ภราดรกล่าวว่า ต้องไปถามทางเขต แต่เงินนี้คือเงินของรัฐ คนที่จะได้รับคือคนที่เข้าเงื่อนไขความเดือดร้อนเท่านั้น ส่วนใครที่ไม่เข้าเงื่อนไขก็ไม่มีสิทธิ์ หากทำด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จนได้เงินที่ไม่สมควรจะได้ ก็เป็นเรื่องของทางเขตที่จะไปติดตามคืน หรืออาจมีการดำเนินคดีหากมีผู้ร้องเรียน โดยคนที่ต้องรับผิดชอบคือคนที่ไปยืนยันสิทธิ์ให้กับคนที่ไม่สมควรได้รับ
นอกจากนี้ กรณีการสวมสิทธิ์รับเงินเยียวยานั้น ภราดรกล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถลงไปรู้ลึกในรายละเอียดกระบวนการตรวจสอบของท้องถิ่นได้ แต่ตามหลักการ หากมีผู้ร้องเรียนเข้ามาและพบว่ามีการทุจริต คนที่ยืนยันสิทธิ์ให้กับผู้ที่ไม่สมควรได้รับแน่นอนว่าจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ เมื่อหน่วยงานขอเงินขึ้นมาเท่าใดก็มีหน้าที่นำเข้า ครม. ตามขั้นตอน ส่วนรายละเอียดเป็นเรื่องของท้องถิ่นที่จะนำเสนอขึ้นมา พร้อมย้ำทิ้งท้ายว่าคนที่ต้องรับผิดชอบคือคนที่ยืนยันสิทธิ์ให้กับบุคคลเหล่านั้น


