ในช่วงฤดูฝนของทุกปี ไวรัสที่แพร่ระบาดในเวลานี้นอกจากจะมีไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว ยังมี RSV (Respiratory Syncytial Virus)5,6 ภัยเงียบที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเด็ก แต่อาจมีอาการรุนแรงในผู้สูงอายุได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจร่วมด้วย1-3
ประเด็นสำคัญ
RSV คืออะไร
RSV เป็นไวรัสก่อโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ แพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสพื้นผิวปนเปื้อนเชื้อ7,8 ไวรัสนี้ระบาดได้ตลอดทั้งปี มักพบมากช่วงฤดูฝนต่อเนื่องไปจนถึงก่อนฤดูหนาว5,6 อาการเบื้องต้นเมื่อร่างกายได้รับเชื้อมักมีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ8,9
อย่าคิดว่าเป็นแค่ “โรคของเด็ก” แต่คือภัยเงียบของ “ผู้สูงอายุ”1,10,11
แม้ RSV จะเป็นที่รู้จักในฐานะสาเหตุสำคัญของโรคทางเดินหายใจในเด็กเล็ก แต่โรคปอดอักเสบจาก RSV นี้เกิดขึ้นได้กับทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุวัย 50+ ที่มีโรคประจำตัว คือหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวเวลาเป็นแล้วอาจมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงจาก RSV ซึ่งมีโอกาสเกิดภาวะกำเริบของโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหัวใจล้มเหลว จนอาจทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล รวมถึงเข้าหอผู้ป่วยวิกฤต ICU และได้รับเครื่องช่วยหายใจ ไปจนถึงเสียชีวิตได้1,4,10-12 และจากการศึกษา พบว่าผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มเด็กเล็กที่อายุ 2-5 ปีถึง 10 เท่า13

รศ. นพ.ณัฐวุฒิ วงษ์ประภารัตน์ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายถึงความเสี่ยงของผู้สูงอายุเมื่อได้รับเชื้อไวรัส RSV
“พออายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะค่อยๆ อ่อนแอลง หลายคนอาจจะมีโรคร่วม และภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงเท่าตอนหนุ่มสาว เมื่อเกิดการติดเชื้อ ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองลดลง14,15 จึงใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้น และอาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา12,15,16”
“สำหรับผู้สูงอายุ การติดเชื้ออาจทำให้ร่างกายเสียสมรรถภาพ ในผู้ป่วยบางราย อาจมีความรุนแรงจนจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ4,16,21,22 และแม้ตัวโรคปอดอักเสบจาก RSV จะหายไปแล้ว ผู้ป่วยบางรายยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา4,28,29,42”
“แม้แต่ผู้สูงอายุที่ดูภายนอกแข็งแรงดี ก็ยังมีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะร่างกายอาจมีความเสื่อมสะสม หรือมีโรคหัวใจที่ซ่อนอยู่โดยไม่แสดงอาการ14,15,25-27 เมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันจะลดลงตามวัย ทำให้ความสามารถในการรับมือกับการติดเชื้อลดลงไปด้วย14,15 บางรายอาจมีอาการรุนแรงจนต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล หรืออาจรุนแรงถึงขั้นต้องได้รับการดูแลในห้องผู้ป่วยวิกฤต1,4”
โดยสรุปแล้ว กลุ่มที่ต้องระวังเมื่อติดเชื้อ RSV ได้แก่:
- ผู้สูงอายุ แม้ภายนอกดูแข็งแรงดี เพราะภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย14,15
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ และโรคปอด1
- ผู้ที่มีโรคร่วมหลายอย่าง เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงนอนโรงพยาบาลสูงกว่ากลุ่มอื่น18,41
โรคทางเดินหายใจที่ไม่ได้กระทบแค่ “ปอด” แต่ส่งผลถึง “หัวใจ”2,3
แม้จุดเริ่มต้นของการติดเชื้อจะอยู่ที่ทางเดินหายใจ แต่โรคปอดอักเสบจาก RSV ยังส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหัวใจเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจตามมาได้2,3
“ร่างกายทำงานเชื่อมโยงกันเป็นระบบ การติดเชื้อทางเดินหายใจจึงอาจส่งผลต่ออวัยวะอื่น โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจ16” รศ. นพ. ณัฐวุฒิ ขยายความ
“การติดเชื้อ RSV สามารถลุกลามจนทำให้เกิดปอดอักเสบ และอาจรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือในบางรายอาจต้องได้รับการดูแลใน ICU8,12,19 โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเมื่อเกิดการติดเชื้อ ร่างกายต้องการใช้ออกซิเจนมากขึ้น ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จึงอาจกระตุ้นให้โรคหัวใจเดิมกำเริบ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจอื่นๆ ตามมาได้17,22-24”
ป้องกันอย่างไรให้เหมาะสม
ในปัจจุบัน โรคปอดอักเสบจาก RSV ยังไม่มียารักษาโดยตรง การรักษาส่วนใหญ่เป็นเพียงการประคับประคองตามอาการและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น ภาวะกำเริบจากโรคประจำตัวเรื้อรัง อย่างโรคปอด หรือโรคหัวใจ ภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว ภาวะออกซิเจนในระดับเลือดต่ำ8,12,30 การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นทางเลือกสำคัญ7
แนวทางการป้องกัน
- ล้างมือบ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัยในที่แออัดหรือช่วงที่มีการระบาด31-33
- พิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบจาก RSV ซึ่งปัจจุบันมี 2 ชนิด คือ ชนิดมีสารเสริมภูมิ และชนิดไม่มีสารเสริมภูมิ ทั้ง 2 ชนิด สามารถป้องกันไวรัส RSV ได้ทั้ง 2 สายพันธุ์ ทั้ง A และ B34-37
จุดที่น่าสนใจของการป้องกันในผู้สูงอายุคือ ผู้สูงอายุจะมีระบบภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย หรือเริ่มตอบสนองช้า ลง38,39 การเลือกวิธีการป้องกันและวัคซีนจึงควรเลือกให้เหมาะสม7,20 ที่สำคัญควรปรึกษาแพทย์เบื้องต้นถึงวิธีการดูแลรักษาหรือป้องกันที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
การพิจารณาพูดคุยกับแพทย์ จึงเป็นก้าวแรกที่สามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่จำเป็นต้องรอถึงฤดูกาลระบาด เพื่อลดโอกาสการเกิดปอดอักเสบจาก RSV ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโดมิโนที่อาจส่งผลต่อทั้งระบบทางเดินหายใจและหัวใจ16 รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ12 การป้องกันจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยปกป้องคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระยะยาว7,16,20
—————————————————————————-
วิธีป้องกัน/ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ RSV: หมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างจากผู้ที่เป็นโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
กรุณาปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ เภสัชกร และพยาบาล เป็นต้น
NP-TH-RS-SMP-260011 | September 2026
Non-Promotional Material
Fictional figures are for illustrative purposes only.
เอกสารอ้างอิง
- CDC; 2025; Clinical Overview of RSV. (Retrieved September 2, 2026). from https://www.cdc.gov/rsv/hcp/clinical-overview/index.html
- Woodruff R;JAMA Intern Med;2024;184;602-611
- Wee LE;European Journal of Preventive Cardiology;2025;1-15
- Colosia AD;PLOS ONE;2017;12;1-20
- Thongpan I;PeerJ;2019;7:e6748
- Thongpan I;Scientific Reports;2020;10(1):10931
- CDC; 2026; How RSV Spreads. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/causes/index.html
- WHO; 2025; Respiratory syncytial virus (RSV) (Retrieved September 2, 2026) https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/respiratory-syncytial-virus-%28rsv%29
- CDC; 2026; Symptoms and Care of RSV. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/symptoms/index.html
- CDC; 2026; RSV in Adults. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/adults/index.html
- Coultas JA; Thorax. 2019;74(10):986-993
- Kaler J;Cureus;2023;15 (3); e36342
- Khaing W;Influenza and Other Respiratory Viruses;2024;18;1-11
- Montecino-Rodriguez E, et al. J Clin Invest. 2013;123(3):958-965
- Gavazzi G, et al. Lancet Infect Dis. 2002;2(11):659-666
- Branche AR;Influenza Other Respir Viruses;2022;16;1151-1160
- Ivey KS, J Am Coll Cardiol. 2018, 71(14):1574-1583
- Joseph N;Viruses;2025;17;1-15
- CDC; 2025; About RSV. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/about/index.html
- Mancinetti F; Mech Ageing Dev; 2024;1-17
- Curran D;Influenza Other Respir Viruses;2022;16;462-473
- Bhattacharya S; Mol Aspects Med. 2021;81:101000.
- Chen CY; Sci Rep. 2023;13(1):6941
- Bezati S; Heart Fail Rev. 2023;28(4):893-904
- Stern S; Circulation. 2003;108(14):e99-101
- Newman AB; J Gerontol A Biol Sci Med Sci. 2001;56(3):M158-66.
- Newman AB; Arch Intern Med. 2003;163(19):2315-22.
- Leis AM; Emerg Infect Dis. 2025;31(14):20-29.
- Singer D;Clinical Infectious Diseases;2026;1-12
- Nam HH;British Medical Journal;2019;366;1-17
- CDC; 2025; Masks and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/masks.html
- CDC; 2025; About Physical Distancing and Respiratory Viruses. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/physical-distancing.html
- CDC; 2025; Hygiene and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/hygiene.html
- สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. (2569). คําแนะนําการให้วัคซีนป้องกันโรคสําหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุปี พ.ศ. 2569. เข้าถึงเมื่อ 2 กันยายน 2569. เข้าถึงได้จาก https://idthai.org/Contents/Views/?d=!17!9!!1099!
- CDC; 2026; Vaccines for Adults. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/vaccines/adults.html
- Papi A;N Engl J Med;2023;388;595-608
- Walsh EE;N Engl J Med;2023;388;1465-1477
- Miller JL; Virology; 2025; 603:110395
- Openshaw PJM;Annu. Rev. Immunol;2017;35;501–532
- Ma KC;Clinical Infectious Diseases;2026;82;e561-e570
- Wee LE; Clinical Microbiology and Infection; 2025; 31; 1560-1570


