×

ปอดอักเสบจากไวรัส RSV ไม่ใช่แค่โรคของเด็ก ผู้สูงอายุวัย 50+ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจ เสี่ยงเจ็บป่วยรุนแรงและอาจต้องเข้า ICU[1-4] [ADVERTORIAL]

โดย THE STANDARD TEAM
02.10.2026
  • LOADING...
ภาพผู้สูงอายุหญิงชาวเอเชียกำลังรับการรักษาพยาบาล แสดงถึงความเสี่ยงของ RSV ในผู้สูงอายุ

ในช่วงฤดูฝนของทุกปี ไวรัสที่แพร่ระบาดในเวลานี้นอกจากจะมีไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว ยังมี RSV (Respiratory Syncytial Virus)5,6 ภัยเงียบที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเด็ก แต่อาจมีอาการรุนแรงในผู้สูงอายุได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจร่วมด้วย1-3

 

 

RSV คืออะไร

 

RSV เป็นไวรัสก่อโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ แพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสพื้นผิวปนเปื้อนเชื้อ7,8 ไวรัสนี้ระบาดได้ตลอดทั้งปี มักพบมากช่วงฤดูฝนต่อเนื่องไปจนถึงก่อนฤดูหนาว5,6 อาการเบื้องต้นเมื่อร่างกายได้รับเชื้อมักมีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ8,9

 

อย่าคิดว่าเป็นแค่ “โรคของเด็ก” แต่คือภัยเงียบของ “ผู้สูงอายุ”1,10,11

 

แม้ RSV จะเป็นที่รู้จักในฐานะสาเหตุสำคัญของโรคทางเดินหายใจในเด็กเล็ก แต่โรคปอดอักเสบจาก RSV นี้เกิดขึ้นได้กับทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุวัย 50+ ที่มีโรคประจำตัว คือหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวเวลาเป็นแล้วอาจมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงจาก RSV ซึ่งมีโอกาสเกิดภาวะกำเริบของโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหัวใจล้มเหลว จนอาจทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล รวมถึงเข้าหอผู้ป่วยวิกฤต ICU และได้รับเครื่องช่วยหายใจ ไปจนถึงเสียชีวิตได้1,4,10-12 และจากการศึกษา พบว่าผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มเด็กเล็กที่อายุ 2-5 ปีถึง 10 เท่า13

 

ภาพผู้สูงอายุหญิงชาวเอเชียกำลังรับการรักษาพยาบาล แสดงถึงความเสี่ยงของ RSV ในผู้สูงอายุ 1

รศ. นพ.ณัฐวุฒิ วงษ์ประภารัตน์ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายถึงความเสี่ยงของผู้สูงอายุเมื่อได้รับเชื้อไวรัส RSV

 

 

 

“พออายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะค่อยๆ อ่อนแอลง หลายคนอาจจะมีโรคร่วม และภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงเท่าตอนหนุ่มสาว เมื่อเกิดการติดเชื้อ ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองลดลง14,15 จึงใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้น และอาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา12,15,16”

 

“สำหรับผู้สูงอายุ การติดเชื้ออาจทำให้ร่างกายเสียสมรรถภาพ ในผู้ป่วยบางราย อาจมีความรุนแรงจนจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ4,16,21,22 และแม้ตัวโรคปอดอักเสบจาก RSV จะหายไปแล้ว ผู้ป่วยบางรายยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา4,28,29,42”

 

“แม้แต่ผู้สูงอายุที่ดูภายนอกแข็งแรงดี ก็ยังมีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะร่างกายอาจมีความเสื่อมสะสม หรือมีโรคหัวใจที่ซ่อนอยู่โดยไม่แสดงอาการ14,15,25-27 เมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันจะลดลงตามวัย ทำให้ความสามารถในการรับมือกับการติดเชื้อลดลงไปด้วย14,15 บางรายอาจมีอาการรุนแรงจนต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล หรืออาจรุนแรงถึงขั้นต้องได้รับการดูแลในห้องผู้ป่วยวิกฤต1,4”

 

โดยสรุปแล้ว กลุ่มที่ต้องระวังเมื่อติดเชื้อ RSV ได้แก่:

 

  • ผู้สูงอายุ แม้ภายนอกดูแข็งแรงดี เพราะภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย14,15
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ และโรคปอด1
  • ผู้ที่มีโรคร่วมหลายอย่าง เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงนอนโรงพยาบาลสูงกว่ากลุ่มอื่น18,41

 

โรคทางเดินหายใจที่ไม่ได้กระทบแค่ “ปอด” แต่ส่งผลถึง “หัวใจ”2,3

 

แม้จุดเริ่มต้นของการติดเชื้อจะอยู่ที่ทางเดินหายใจ แต่โรคปอดอักเสบจาก RSV ยังส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหัวใจเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจตามมาได้2,3

 

“ร่างกายทำงานเชื่อมโยงกันเป็นระบบ การติดเชื้อทางเดินหายใจจึงอาจส่งผลต่ออวัยวะอื่น โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจ16” รศ. นพ. ณัฐวุฒิ ขยายความ

 

“การติดเชื้อ RSV สามารถลุกลามจนทำให้เกิดปอดอักเสบ และอาจรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือในบางรายอาจต้องได้รับการดูแลใน ICU8,12,19 โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเมื่อเกิดการติดเชื้อ ร่างกายต้องการใช้ออกซิเจนมากขึ้น ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จึงอาจกระตุ้นให้โรคหัวใจเดิมกำเริบ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจอื่นๆ ตามมาได้17,22-24”

 

ป้องกันอย่างไรให้เหมาะสม

 

ในปัจจุบัน โรคปอดอักเสบจาก RSV ยังไม่มียารักษาโดยตรง การรักษาส่วนใหญ่เป็นเพียงการประคับประคองตามอาการและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น ภาวะกำเริบจากโรคประจำตัวเรื้อรัง อย่างโรคปอด หรือโรคหัวใจ ภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว ภาวะออกซิเจนในระดับเลือดต่ำ8,12,30 การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นทางเลือกสำคัญ7

 

แนวทางการป้องกัน

 

  • ล้างมือบ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัยในที่แออัดหรือช่วงที่มีการระบาด31-33

 

  • พิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบจาก RSV ซึ่งปัจจุบันมี 2 ชนิด คือ ชนิดมีสารเสริมภูมิ และชนิดไม่มีสารเสริมภูมิ ทั้ง 2 ชนิด สามารถป้องกันไวรัส RSV ได้ทั้ง 2 สายพันธุ์ ทั้ง A และ B34-37

 

จุดที่น่าสนใจของการป้องกันในผู้สูงอายุคือ ผู้สูงอายุจะมีระบบภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย หรือเริ่มตอบสนองช้า ลง38,39 การเลือกวิธีการป้องกันและวัคซีนจึงควรเลือกให้เหมาะสม7,20 ที่สำคัญควรปรึกษาแพทย์เบื้องต้นถึงวิธีการดูแลรักษาหรือป้องกันที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

 

การพิจารณาพูดคุยกับแพทย์ จึงเป็นก้าวแรกที่สามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่จำเป็นต้องรอถึงฤดูกาลระบาด เพื่อลดโอกาสการเกิดปอดอักเสบจาก RSV ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโดมิโนที่อาจส่งผลต่อทั้งระบบทางเดินหายใจและหัวใจ16 รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ12 การป้องกันจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยปกป้องคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระยะยาว7,16,20

 

—————————————————————————-

วิธีป้องกัน/ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ RSV: หมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างจากผู้ที่เป็นโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

กรุณาปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ เภสัชกร และพยาบาล เป็นต้น

NP-TH-RS-SMP-260011 | September 2026

Non-Promotional Material

Fictional figures are for illustrative purposes only.

 

เอกสารอ้างอิง

 

  1. CDC; 2025; Clinical Overview of RSV. (Retrieved September 2, 2026). from https://www.cdc.gov/rsv/hcp/clinical-overview/index.html
  2. Woodruff R;JAMA Intern Med;2024;184;602-611
  3. Wee LE;European Journal of Preventive Cardiology;2025;1-15
  4. Colosia AD;PLOS ONE;2017;12;1-20
  5. Thongpan I;PeerJ;2019;7:e6748
  6. Thongpan I;Scientific Reports;2020;10(1):10931
  7. CDC; 2026; How RSV Spreads. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/causes/index.html
  8. WHO; 2025; Respiratory syncytial virus (RSV) (Retrieved September 2, 2026) https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/respiratory-syncytial-virus-%28rsv%29
  9. CDC; 2026; Symptoms and Care of RSV. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/symptoms/index.html
  10. CDC; 2026; RSV in Adults. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/adults/index.html
  11. Coultas JA; Thorax. 2019;74(10):986-993
  12. Kaler J;Cureus;2023;15 (3); e36342
  13. Khaing W;Influenza and Other Respiratory Viruses;2024;18;1-11
  14. Montecino-Rodriguez E, et al. J Clin Invest. 2013;123(3):958-965
  15. Gavazzi G, et al. Lancet Infect Dis. 2002;2(11):659-666
  16. Branche AR;Influenza Other Respir Viruses;2022;16;1151-1160
  17. Ivey KS, J Am Coll Cardiol. 2018, 71(14):1574-1583
  18. Joseph N;Viruses;2025;17;1-15
  19. CDC; 2025; About RSV. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/about/index.html
  20. Mancinetti F; Mech Ageing Dev; 2024;1-17
  21. Curran D;Influenza Other Respir Viruses;2022;16;462-473
  22. Bhattacharya S; Mol Aspects Med. 2021;81:101000.
  23. Chen CY; Sci Rep. 2023;13(1):6941
  24. Bezati S; Heart Fail Rev. 2023;28(4):893-904
  25. Stern S; Circulation. 2003;108(14):e99-101
  26. Newman AB; J Gerontol A Biol Sci Med Sci. 2001;56(3):M158-66.
  27. Newman AB; Arch Intern Med. 2003;163(19):2315-22.
  28. Leis AM; Emerg Infect Dis. 2025;31(14):20-29.
  29. Singer D;Clinical Infectious Diseases;2026;1-12
  30. Nam HH;British Medical Journal;2019;366;1-17
  31. CDC; 2025; Masks and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/masks.html
  32. CDC; 2025; About Physical Distancing and Respiratory Viruses. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/physical-distancing.html
  33. CDC; 2025; Hygiene and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/hygiene.html
  34. สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. (2569). คําแนะนําการให้วัคซีนป้องกันโรคสําหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุปี พ.ศ. 2569. เข้าถึงเมื่อ 2 กันยายน 2569. เข้าถึงได้จาก https://idthai.org/Contents/Views/?d=!17!9!!1099!
  35. CDC; 2026; Vaccines for Adults. (Retrieved September 2, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/vaccines/adults.html
  36. Papi A;N Engl J Med;2023;388;595-608
  37. Walsh EE;N Engl J Med;2023;388;1465-1477
  38. Miller JL; Virology; 2025; 603:110395
  39. Openshaw PJM;Annu. Rev. Immunol;2017;35;501–532
  40. Ma KC;Clinical Infectious Diseases;2026;82;e561-e570
  41. Wee LE; Clinical Microbiology and Infection; 2025; 31; 1560-1570
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising