วันนี้ (17 กันยายน) นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เพื่อให้กำลังใจผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง โดยมี ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมผู้บริหารและชาวชุมชนร่วมต้อนรับ
นิกร กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติมีภารกิจส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงที่อยู่อาศัย ซึ่งดำเนินการมานานจนหลายโครงการเสื่อมโทรมตามกาลเวลา จึงต้องฟื้นฟูให้มั่นคงปลอดภัย พร้อมทบทวนการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โครงการทุ่งสองห้องที่ในอดีตเป็นชานเมือง แต่ปัจจุบันอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง เหมาะกับวัยตั้งต้นชีวิต หากสร้างเป็นอาคารสูงจะรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม และเหลือพื้นที่พัฒนาอาคารรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ เพิ่มอาคารพาณิชย์ สำนักงาน ร้านค้า สวนสาธารณะ และพื้นที่ออกกำลังกาย สอดรับวิถีชีวิตปัจจุบัน โดยใช้โมเดลเช่าระยะยาวในชื่อ ‘เคหะเพื่อคนไทย’ ให้คนที่อยากมีบ้านราคาเข้าถึงได้มีโอกาสมากขึ้น จึงมอบหมายให้การเคหะฯ เร่งศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป
ด้าน ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า โครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง เริ่มก่อตั้งปี 2522-2525 บนพื้นที่กว่า 29 ไร่ มีอายุกว่า 47 ปี เป็นแฟลต 5 ชั้น 9 อาคาร รวม 1,369 หน่วย ปัจจุบันทรุดโทรม การเคหะฯ จึงจัดทำแผนแม่บทฟื้นฟูเมืองร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้วเสร็จ โดยปี 2570 จะนำเสนอแผนต่อคณะกรรมการการเคหะฯ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ควบคู่กับการทำแบบก่อสร้างและรายงาน EIA จากนั้นปี 2571 จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
ทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากดำเนินการตามนโยบายรัฐมนตรี พม. โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้องจะพัฒนาเป็นอาคารพักอาศัย 9 อาคาร ประมาณ 3,800 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม 1,327 หน่วย ผู้อยู่อาศัยใหม่ประมาณ 2,400 หน่วย มีอาคารพาณิชย์และสำนักงาน 1 อาคาร และที่จอดรถประมาณ 1,900 คัน โดยให้ความสำคัญกับคน ชุมชน และเมืองไปพร้อมกัน เพื่อเปลี่ยนพื้นที่เดิมเป็นชุมชนเมืองที่มีคุณภาพ ปลอดภัย มีโอกาสทางเศรษฐกิจ เหมาะกับทุกวัย และเป็นต้นแบบการฟื้นฟูเมือง ทั้งนี้ไม่ได้มองเพียงการสร้างอาคารใหม่ แต่ต้องการสร้างคุณภาพชีวิตใหม่ โดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยเดิมและผู้สูงอายุ ทุกขั้นตอนจึงคำนึงถึงความต้องการของประชาชน ลดผลกระทบจากการย้ายที่อยู่อาศัย และเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมพัฒนา






