×

อภิสิทธิ์-ชวน วิจารณ์ กกต. ขาดความสุจริตเที่ยงธรรมปล่อยให้เกิดการโกง สว. ยอมการเมืองแทรกแซง

โดย THE STANDARD TEAM
16.09.2026
  • LOADING...
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเป็นคนสุดท้ายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยระบุว่า กกต. ต้องเป็นอิสระเพื่อผดุงรักษาระบอบประชาธิปไตยไม่ให้มีการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกตัวแทนมาทำงาน

 

อภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า สิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์นั้นไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ กกต. ทราบว่าทุกองค์กรมีคนดีที่ตั้งใจทำงาน แต่ก็มีหลายคนที่ทำหน้าที่แล้วองค์กรเสียหาย พร้อมท้าให้ถามประชาชนที่ไหนก็ได้ ว่ามีใครที่ไหนเชื่อบ้างว่าการเลือก สว. เมื่อปี 2567 และการเลือกตั้ง สส. ที่เตรียมการตั้งแต่ปี 2568 มีความสุจริตเที่ยงธรรม บางคนที่อยากเป็นนักการเมืองก็บอกว่าไม่ไหว เพราะไม่สามารถทำสิ่งผิดกฎหมายได้

 

อภิสิทธิ์ระบุถึงการเตรียมการเลือก สว. ปี 2567 ของ กกต. ว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกาเคยมีแนวทางแล้วว่าเพียงการแลกคะแนนกันก็ผิดแล้ว ถือว่าเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครอื่น แต่การเลือก สว. ครั้งนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันการฮั้วอีก อย่างกรณีว่าหากผลการเลือกมี 0 คะแนนมาก ให้สันนิษฐานเลยว่าเกิดการสมยอม เพราะสะท้อนว่าไม่ได้ตั้งใจมาสมัครจริง แต่เข้ามาเพื่อเลือกผู้อื่น

 

รวมถึงระเบียบหลักเกณฑ์ว่าใครมีคุณสมบัติจะสมัครกลุ่มไหนก็ไม่รัดกุม จนเปิดโอกาสให้มีขบวนการฮั้วกันในระดับประเทศ อีกทั้งระบบการเลือกกันเองในกลุ่มรอบเช้า และเลือกไขว้ในช่วงบ่าย เหตุใดจึงไม่มีการเปลี่ยนหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร เพราะเมื่อใช้หมายเลขเดิมจะเอื้อให้เกิดการฮั้วได้ง่ายขึ้น แต่หากเปลี่ยนเลขก็จะต้องวิ่งไปทำโพยกันใหม่

 

อภิสิทธิ์ระบุถึงคำพูดของ กกต. เสียงข้างน้อยว่า มีความพยายามร้องเรียนการกระทำผิดในระดับอำเภอและจังหวัด แต่ถูกตัดตอนทั้งหมด จึงต้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาเกี่ยวข้อง แล้ว กกต. ได้ทำอะไรเกี่ยวกับปัญหานี้แล้วหรือไม่

 

ตลอดจนการสาวไปถึงตัวผู้บงการ แต่เส้นทางการเงินอยู่รอบตัวผู้มีอำนาจ แต่ กกต. กลับมีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ไม่รับเส้นทางการเงินเข้ามาพิจารณา เหตุผลคืออะไรที่ไม่รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคดีเข้ามาในการไต่สวน ถือเป็นการใช้อำนาจเพื่อนำไปสู่ความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่

 

อภิสิทธิ์ยังระบุถึงการลงมติของ กกต. โดยอ้างการพิจารณาข้อมูลต่างๆ แบบแยกส่วนกัน โดยแต่ละเหตุการณ์ไม่เกี่ยวข้องกัน พร้อมกล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ กกต. ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบเหตุการณ์เกี่ยวกับภาคใต้ เพราะแม้เกิดขึ้น 70 จุดพร้อมกัน กกต. ก็คงไม่เห็นหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงกัน แล้วทำไมเราจึงเชื่อว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เหตุการณ์ทุกจังหวัดเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน แต่ กกต. กลับมองแยกส่วนว่าไม่เกี่ยวข้อง

 

อีกทั้งกรณีมีพยานที่กลับคำให้การ อภิสิทธิ์ตั้งคำถามว่า แล้วเหตุใดหลังกลับคำให้การแล้วจึงยังกันตัวเป็นพยานต่อ แทนที่จะดำเนินคดีเพื่อให้รู้ว่าคำให้การรอบไหนเป็นเท็จ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดโทษของผู้ให้การเป็นเท็จไว้ แล้วเหตุใด กกต. จึงวินิจฉัยว่าพยานผู้นี้ไม่ผิด เพราะหากให้การเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเสียหายก็จะถือว่าเป็นการกลั่นแกล้ง และมีโทษหนักขึ้นไปอีก

 

อภิสิทธิ์มองว่า การที่ กกต. ดำเนินการล่าช้าไป 2 ปีจะทำให้เกิดความยุ่งยาก ทำให้ศาลฎีการับคำร้องเกี่ยวกับผู้สมัคร สว. ที่สมัครผิดกลุ่ม เพราะศาลคงเห็นแล้วว่า คำร้องนี้ไม่เคยมีการแจ้งคำวินิจฉัย เช่นเดียวกับมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน ก็เคยมีผู้ร้องต่อศาลไปแล้ว จึงเป็นเหตุว่าอาจมีการฟ้องศาลฎีกาขึ้นอีกจากกรณีนี้ ยังไม่นับมาตรา 157 สำหรับ กกต. เสียงข้างมาก

 

“ตั้งหลักกันให้ดี เพราะไม่เช่นนั้นสิ่งที่ถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญจะเสมือนถูกล้มล้าง เป็นเรื่องของการล้มล้างการปกครองไป” อภิสิทธิ์ทิ้งท้าย

 

  • ชี้ กกต. ชุดนี้หนีไม่พ้นวัฒนธรรมตอบแทนบุญคุณ ยอมการเมืองเข้าแทรกแซง

 

จากนั้น ชวน หลีกภัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย โดยอ่านพระบรมราโชวาท เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2527 ที่ กกต. นำมาไว้ในหน้าแรกของรายงานว่า หน้าที่ของข้าราชการทุกฝ่าย แบ่งได้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือการปฏิบัติงานตามภาระรับผิดชอบ ของตนให้สำเร็จผลอย่างมีประสิทธิภาพ อีกส่วนหนึ่งคือ ชาวไทยการร่วมกับชาวไทยทุกคนที่จะจรรโลงรักษาความดีงามของชาติบ้านเมือง จึงขอให้ข้าราชการทุกคน ทุกฝ่ายตั้งใจขวนขวายปฏิบัติหน้าที่นั้นๆ ให้ครบถ้วน

 

ชวนกล่าวว่า สิ่งที่ตนเองอยากจะกล่าวต่อจากการยกพระบรมราโชวาท กกต. ได้ทำหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งทุกครั้งเสร็จ แต่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สามารถจรรโลงรักษาความดีงามของชาติบ้านเมืองได้ เพราะคนผิดลอยนวล กกต. ชุดนี้ถือว่าเป็นชุดที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด และมีข้อครหาในเรื่องของที่มา ว่ามีการเมืองเข้าไปแทรกแซง เข้าไปมีส่วนในการกำหนดตัวบุคคล

 

“ปัจจุบันมีการเมืองเข้าไปแทรกแซงมาก จนทำให้บุคคลที่เข้ามาอยู่ในองค์กรอิสระรวมถึง กกต. มีปัญหา แต่ไม่ได้พูดว่าคนเหล่านั้นไม่ดี หรือไม่เก่ง แต่เมื่อมาด้วยระบบที่เป็นหนี้บุญคุณ หนีไม่พ้นตามวัฒนธรรมคนไทยที่ต้องตอบแทนบุญคุณกัน และการตอบแทนบุญคุณ นั้นก็ทำให้เรื่องดีกลายเป็นเรื่องร้าย ร้ายกลายเป็นดี ผิดเป็นถูก ถูกเป็นผิด” ชวนกล่าว

 

ชวนเปิดเผยว่า ตนเองเคยทำหนังสือถึง แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ขอให้จัดการเลือกตั้งให้มีความสุจริตเที่ยงธรรม อย่าให้มีการทุจริต เสื่อมทำให้เสื่อมเสีย ต่อองค์กร กกต. และยังได้ทำหนังสือถึงประธาน กกต. ชุดปัจจุบันด้วย เพราะเชื่อว่าทุกคนมีความดีอยู่ในตัว ไม่มากก็น้อย เห็นอะไรที่ไม่ถูกต้องอย่างน้อยก็ต้องทบทวน

 

นอกจากนี้ ยังทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพราะเชื่อว่า กกต. ทำฝ่ายเดียวไม่สำเร็จ แต่ผลก็คือ อธิบดีโทรศัพท์ไปหาผู้ว่าฯ บางจังหวัด เพื่อให้ช่วยพรรคสีน้ำเงิน อีกทั้งตนเองยังทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ทุกอย่างก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเกรงใจการเมือง

 

ชวนกล่าวอีกว่า กกต. ยังคงเป็นหน่วยงานที่ดำรงอยู่ แม้เราจะรู้สึก ขัดข้องใจกับบทบาทของ กกต.บางคนก็ตาม ได้ยินว่าเจ้าหน้าที่ กกต. หลายระดับ พูดถึงความห่วงใยต่อบทบาท กกต. ถ้า กกต. เป็นแบบนี้ พวกเขาที่เป็นข้าราชการประจำ จะเสื่อมเสียไม่ได้รับความน่านับถือ เพราะการเลือกตั้งล้มเหลว ทำเสร็จแต่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ฝากเลขา กกต. ช่วยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ให้ยึดมั่นความถูกต้อง อย่าเกรงใจ จนไม่สามารถทำอะไรตรงไปตรงมาได้ และอะไรที่เป็นความจริงเราต้องยึดความจริง ตนเห็นด้วยว่าเราอย่าไปใส่ร้ายป้ายสีกัน

 

“อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 ฮั้ว สว. โกง สว. เกิดปี 2567 ซึ่งเป็นคนละตอนกัน จะพูดว่านายกรัฐมนตรีใช้ตำแหน่งไปโกงเลือก สว. ก็คงจะไม่จริง แต่คนที่ทำเรื่องนี้ วางแผนโกงทุจริตการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ชื่อนามสกุลเหมือนกับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ นี่คือสิ่งที่ทุกคนเพ่งเล็งไปว่ารัฐบาลชุดนี้ แต่ความจริงเกิดก่อนรัฐบาลชุดนี้ เราอย่าปฏิเสธเลย เพราะยิ่งปฏิเสธ ก็จะโดน 2 ข้อหา”

 

ชวนเสนอว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือ ยึดความจริงเป็นหลัก เป็นที่พึ่ง และหวังว่าศาลจะเป็นที่พึ่งของเรา ในที่สุดเราก็หวังว่า กกต. ยังอยู่ และยังเป็นหน้าที่หลักในการดูแลระบอบประชาธิปไตย ให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม สิ่งนี้อยู่ที่ตัวบุคคลแล้ว ไม่ใช่ตัวกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญ หาก กกต. ยึดมั่นความถูกต้องชอบธรรม ตามเงื่อนไข ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ การโกง สว. จะไม่เกิดขึ้น

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising