คลองผิงลู่ (Pinglu Canal) ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน เปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ (16 กันยายน) โดยถือเป็นโครงการขุดคลองเชื่อมแม่น้ำออกสู่ทะเลสายแรกนับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นโครงการแกนหลักของ ‘ระเบียงการค้าบก-ทะเลสายใหม่ทางภาคตะวันตก’ ที่มีเป้าหมายเปิดทางให้พื้นที่ตอนในและภาคตะวันตกของจีนเชื่อมออกสู่ทะเล ก่อนต่อไปยังอาเซียนและเครือข่ายการค้าโลก
คลองผิงลู่มีความยาว 134.2 กิโลเมตร เริ่มจากบริเวณปากแม่น้ำผิงถังในเมืองเหิงโจว นครหนานหนิง ผ่านอำเภอหลิงซาน เมืองชินโจว และเชื่อมลงสู่ทะเลผ่านแม่น้ำชิน โดยสามารถรองรับเรือสินค้าขนาด 5,000 ตัน จากเดิมที่แม่น้ำบางช่วงรองรับเรือได้เพียงประมาณ 50 ตัน
หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของโครงการนี้คือภูมิประเทศ แม้กว่างซีจะอยู่ติดทะเล แต่ระบบแม่น้ำภายในมีข้อจำกัดในการเชื่อมออกสู่ทะเล การสร้างคลองจึงต้องขุดผ่านแนวแบ่งลุ่มน้ำประมาณ 6.5 กิโลเมตร ขณะเดียวกัน ระดับน้ำระหว่างระบบแม่น้ำซีเจียงกับอ่าวเป่ยปู้มีความต่างกันถึง 65 เมตร เทียบได้กับอาคารสูงกว่า 20 ชั้น
ศูนย์ควบคุมและประตูน้ำหม่าเต้าที่ THE STANDARD ลงพื้นที่ เป็นหนึ่งในสามศูนย์หลักของคลองนี้ ร่วมกับศูนย์ฉีสือและศูนย์ชิงเหนียน โดยหม่าเต้ามีความต่างระดับของน้ำสูงถึง 29.6 เมตร หรือประมาณอาคาร 10 ชั้น จึงต้องใช้ประตูน้ำขนาดใหญ่ทำหน้าที่เสมือน ‘ลิฟต์น้ำสำหรับเรือ’ เพื่อยกและลดระดับเรือ พร้อมระบบอ่างประหยัดน้ำที่สามารถลดการใช้น้ำได้มากกว่า 60% หรือประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
นอกจากงานวิศวกรรม คลองสายนี้ยังมีระบบบริหารการเดินเรืออัจฉริยะ เชื่อมข้อมูลด้านการเดินเรือ การบริหารจัดการน้ำ อุตุนิยมวิทยา และประตูน้ำเข้าด้วยกัน ผู้ประกอบการสามารถยื่นข้อมูลออนไลน์เพื่อให้ระบบวางแผนการเดินเรือตลอดเส้นทาง ขณะที่ AI ถูกนำมาใช้ช่วยจัดลำดับเรือ การเทียบท่า และประสานเรือ ท่าเรือ ประตูน้ำ และสินค้า ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ความสำคัญของคลองผิงลู่ไม่ได้อยู่ที่ตัวคลองเพียงอย่างเดียว แต่คือการเชื่อม แม่น้ำ รถไฟ และทะเลเข้าสู่โครงข่ายเดียวกัน โดยระเบียงการค้าบกและทะเลแห่งนี้เป็นส่วนสำคัญของโครงข่าย ซึ่งปัจจุบันครอบคลุม 18 เขตระดับมณฑล 76 เมือง และ 166 สถานีของจีน และเชื่อมต่อกับท่าเรือมากกว่า 500 ท่าใน 128 ประเทศและดินแดน
ทั้งนี้จีนวางให้เครือข่ายนี้เป็นจุดเชื่อมระหว่างเส้นทางสายไหมทางบกกับเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 โดยเชื่อมขึ้นเหนือสู่ยูเรเชีย และลงใต้สู่อาเซียน ทำให้คลองผิงลู่มีความหมายมากกว่าการเปิดเส้นทางเดินเรือสายใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามยกระดับกว่างซีให้เป็นประตูทางทะเลของจีนตะวันตก และเป็นฮับเชื่อมการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างจีน อาเซียน และโลก










