โลกหนึ่งกำลังตั้งเป้าเร่งลดคาร์บอนและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แต่อีกซีกโลกกลับเผชิญปัญหาพื้นฐาน คือ ทำอย่างไรให้ประชาชนอีกหลายร้อยล้านคนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ
ประเด็นสำคัญ
เหล่านี้คือทางแพร่งด้านพลังงานของโลก เมื่อแต่ละประเทศมีจุดเริ่มต้นและความต้องการต่างกัน โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา หลังเศรษฐกิจกำลังขยายตัว ภาคอุตสาหกรรมต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกำลังดันความต้องการไฟฟ้าให้สูงขึ้นอีกระลอก
คำถามที่ตามมา คือ โลกจะรักษาสมดุลและแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ทั้งการหาพลังงานที่เพียงพอ มั่นคง และมีราคาเป็นมิตรกับภาคประชาชนและธุรกิจอย่างไร ไปจนถึงจะหาเงินทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้วยวิธีอะไร
เวทีเสวนา ‘Rising economies, Rising demand: How the next industrial age gets powered’ ในงาน Gastech 2026 จึงหยิบประเด็นนี้มาถกผ่านมุมมองของผู้นำภาคพลังงานจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของก๊าซธรรมชาติในระบบพลังงาน หรือเงื่อนไขที่ทำให้โครงการหนึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จริงในโลกของการลงทุนและการแข่งขันด้านพลังงาน
Data Center ดันดีมานด์ LNG เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เซบาสเตียว เปเรรา (Sebastiao Pereira) กรรมการผู้จัดการ Timor GAP E.P. ประเมินว่า ความต้องการก๊าซธรรมชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะยังอยู่ในระดับสูงจนถึงทศวรรษหน้า เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในตลาด LNG ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยปัจจัยสำคัญมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การพัฒนาอุตสาหกรรม ความต้องการใช้ไฟฟ้า รวมถึงการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ Data Center
เปเรราอ้างข้อมูลจาก Wood Mackenzie ที่ประเมินว่า Data Center จะเป็นหนึ่งในแรงขับสำคัญของความต้องการ LNG ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคิดเป็นราว 16% ของการเติบโตต่อปีจนถึงปี 2035 ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมก็ใช้ก๊าซเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะปิโตรเคมีและกระบวนการผลิตต่างๆ
อย่างไรก็ตาม หลายประเทศในภูมิภาคกำลังเผชิญกับกำลังผลิตก๊าซภายในประเทศที่ลดลง ทำให้ต้องมีการเร่งหาแหล่งอุปทานใหม่ ทั้งการสำรวจเพิ่มเติม การนำเข้า LNG และการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงพลังงานระหว่างประเทศ
อนึ่ง เปเรรามองว่า ก๊าซและพลังงานหมุนเวียนสามารถเติบโตควบคู่กันได้ โดยเฉพาะในตลาดที่ความต้องการพลังงานยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะทั้งสองแหล่งพลังงานมีบทบาทเสริมกันในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้า และรักษาเสถียรภาพของระบบ
เขายกตัวอย่างถึงกรณีติมอร์-เลสเตว่า โครงการ Greater Sunrise มีบทบาทในการเพิ่มอุปทานก๊าซให้กับภูมิภาค พร้อมกับเปิดทางให้ประเทศนำก๊าซมาใช้ภายใน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมของตนเอง
แอฟริกา ก๊าซคือฐานของการพัฒนา
ดร. ไอโนจี อเล็กซ์ อิรูเน (Dr. Ainojie ‘Alex’ Irune) กรรมการผู้จัดการ Oando Energy Resources ชี้ว่า โจทย์พลังงานของแอฟริกามีเงื่อนไขต่างจากประเทศพัฒนาแล้วอย่างชัดเจน เนื่องในปัจจุบัน ยังมีประชาชนในทวีปมากกว่า 600 ล้านคนที่เข้าไม่ถึงไฟฟ้า
ในบริบทเช่นนี้ ก๊าซธรรมชาติสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานฐานของระบบ หรือเชื้อเพลิงสำหรับอุตสาหกรรม ไปจนถึงการช่วยขยายการเข้าถึงไฟฟ้าไปยังประชาชน โดยอิรูเนระบุว่า การวางแผนพลังงานของแอฟริกาต้องคำนึงถึงความมั่นคง ราคา และความสามารถในการรองรับการลงทุน เพราะหากพลังงานมีต้นทุนสูงเกินไป ระบบไม่เสถียร หรือโครงการไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ การลงทุนก็เกิดขึ้นได้ยาก
เขาจึงมองว่า ทวีปแอฟริกายังต้องเดินหน้าผลิตน้ำมันและก๊าซ ควบคู่กับการเพิ่มพลังงานหมุนเวียนและแหล่งพลังงานอื่นเข้าสู่ระบบตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ
อิรูเนยังตั้งข้อสังเกตว่า การพูดถึงการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากประเทศตะวันตก ขณะที่แต่ละประเทศมีจุดเริ่มต้น สภาพเศรษฐกิจ และระดับการเข้าถึงพลังงานต่างกัน
สำหรับประเทศที่ประชาชนจำนวนมากยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เขามองว่า ลำดับความสำคัญอยู่ที่การสร้างระบบพลังงานให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ก่อนจะกำหนดเส้นทางการเปลี่ยนผ่านให้สอดคล้องกับบริบทของตนเอง
พัฒนาแอฟริกาต้องเริ่มจากบริษัทท้องถิ่น
ส่วน โอซา อิกีฮอน (Osa Igiehon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Heirs Energies อธิบายสถานการณ์ของแอฟริกาว่า กำลังอยู่ในการเปลี่ยนผ่านจากภาวะขาดแคลนพลังงาน (Energy Deficiency) ไปสู่การมีพลังงานเพียงพอ (Energy Sufficiency)
เขายกตัวอย่างไนจีเรียว่า มีระบบไฟฟ้าที่ยังอาศัยก๊าซเป็นแหล่งผลิตหลักถึง 64% ของไฟฟ้ามาจากก๊าซ ขณะที่ 30-35% มาจากพลังน้ำ ส่วนประมาณ 1% มาจากพลังงานหมุนเวียน ทว่าโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่เพียงพอ ทำให้ระบบผลิตไฟฟ้าไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มศักยภาพ
นอกจากนี้ เขายังมองว่า ช่องว่างด้านพลังงานของแอฟริกามีขนาดใหญ่มาก จนต้องอาศัยพลังงานหลายประเภท โดยสำหรับคนรุ่นปัจจุบัน ก๊าซยังมีบทบาทเป็นกระดูกสันหลังของระบบไฟฟ้าและความมั่นคงด้านพลังงานในอีกหลายปีข้างหน้า
ส่วนอีกประเด็นที่อิกีฮอนให้ความสำคัญ คือ บทบาทของเงินทุนภายในประเทศ โดยระบุว่า การพัฒนาประเทศต้องเริ่มจากภายในประเทศเอง เนื่องจากเงินทุนภายนอกเข้ามาเพื่อต้องการผลประโยชน์ทางธุรกิจ ประเทศนั้นจึงต้องลงทุนและรับความเสี่ยงบางส่วนก่อน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและผลงานที่พิสูจน์ได้
อิกีฮอนยังยกแนวคิด Africapitalism หรือแนวคิดที่ให้ภาคเอกชนแอฟริกาเป็นแรงขับหลักของการพัฒนา ผ่านการลงทุนที่สร้างทั้งผลตอบแทนทางธุรกิจและผลประโยชน์ต่อสังคม โดยยกตัวอย่างว่า ในอดีต บริษัทท้องถิ่นมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของไนจีเรียไม่ถึง 5% แต่ในปัจจุบัน มีบริษัทมากกว่า 60% บริหารและการลงทุนในไนจีเรียเอง
สำหรับอิกีฮอน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการเพิ่มบทบาทของทุนและผู้ประกอบการในประเทศสามารถช่วยสร้างทั้งความมั่นคงด้านพลังงานและฐานการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวได้
เงินทุนสร้างพลังงานมาจากไหน?
ด้าน โรแบร์โต โลราโต (Roberto Lorato) กรรมาธิการ MedcoEnergi มองว่า โลกเราไม่ได้ขาดแคลนเงินทุนสำหรับโครงการพลังงาน แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือ การออกแบบโครงสร้างโครงการให้นักลงทุนและสถาบันการเงินเชื่อมั่นจนยอมปล่อยกู้ (Bankable)
จากประสบการณ์ลงทุนในธุรกิจน้ำมัน ก๊าซ โรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และทองแดง โลราโตพบว่า สิ่งที่นักลงทุนต้องการมากที่สุด คือ ‘ความแน่นอน’ ไม่ว่าจะเป็นความชัดเจนของกฎระเบียบ อัตราค่าไฟ เงื่อนไขสัญญา ไปจนถึงระยะเวลาที่สามารถประเมินผลตอบแทนได้
เขายกตัวอย่างถึงสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ว่า ต้องมีรูปแบบชัดเจน และมีความน่าเชื่อถือเพียงพอ เพื่อให้สถาบันการเงินใช้เป็นหลักประกันในการตัดสินใจปล่อยสินเชื่อ
นอกจากนี้ กระบวนการพัฒนาโครงการยังเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ต้องใช้พื้นที่มหาศาล เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อาจต้องใช้พื้นที่มากกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซหลายเท่าตัว การจัดหาที่ดินจึงกลายเป็นทั้งต้นทุนและความเสี่ยงใหญ่ของนักลงทุน
เขาเสนอให้รัฐบาลเข้ามาเป็นเจ้าภาพบริหารจัดการและวางแผนเรื่องพื้นที่ เนื่องจากภาครัฐสามารถมองเห็นภาพรวมความต้องการไฟฟ้าระยะยาวของประเทศได้ดีกว่า อีกทั้งยังช่วยลดภาระที่นักลงทุนต้องไปวิ่งเต้นเจรจาหาที่ดินเองในแต่ละโครงการ
โลราโตยกตัวอย่างอินโดนีเซียที่เริ่มปรับแก้กฎระเบียบให้ยืดหยุ่นขึ้นแล้ว เช่น การขยายระยะเวลาของสัญญา PPA ให้ยาวขึ้น เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินมองเห็นกระแสรายได้ในระยะยาวอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม โลราโตเตือนว่า แม้โลกจะกลับมามองความมั่นคงด้านพลังงานและความเป็นจริงทางเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ภาคธุรกิจก็ไม่ควรละทิ้งมาตรฐานด้านความยั่งยืน (ESG) เพราะมาตรฐานเหล่านี้คือแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยยกระดับการบริหารองค์กรให้ดีขึ้นในหลายมิติ
สำหรับเขา โจทย์สำคัญอยู่ที่การสร้างกติกาและออกแบบโครงสร้างโครงการที่สามารถการันตีผลตอบแทนให้นักลงทุนได้อย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการพลังงานของประเทศในระยะยาว


