×

กลุ่ม สว.สำรองยื่นศาลฎีกาคัดค้านมติ กกต. คดีทุจริตเลือก สว. ชี้ละเลยการตรวจสอบเชิงขบวนการ

โดย THE STANDARD TEAM
16.09.2026
  • LOADING...
กลุ่ม สว.สำรอง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา คัดค้านมติ กกต. กรณีทุจริตเลือก สว.

กลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในบัญชีสำรอง เดินทางไปยังศาลฎีกา สนามหลวง เพื่อยื่นคำร้องคัดค้านคำวินิจฉัยและมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ให้ยกคำร้อง 3 ข้อกล่าวหาในคดีทุจริตการเลือก สว. พร้อมชี้ว่า กกต. วินิจฉัยคดีโดยละเลยมาตรฐานตามกฎหมายการเลือก สว. และมุ่งเน้นเพียงมาตรฐานทางอาญา

ดูภาพข่าว 

ทั้งนี้ หากพบว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ กกต. อาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายที่ระวางโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี โดยกลุ่ม สว.สำรอง เรียกร้องให้ศาลสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวและให้ กกต. กลับไปพิจารณาตรวจสอบ สว. จำนวน 138 คนใหม่อีกครั้ง

 

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ตัวแทนกลุ่ม สว.สำรอง เปิดเผยถึงข้อเรียกร้องทางกฎหมายว่า การที่ กกต. ยกคำร้องทั้ง 3 ข้อกล่าวหา โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ 3 ซึ่ง กกต. ระบุว่าการจัดทำโพยไม่มีความผิดนั้น ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง เนื่องจากโพยฉบับแรกที่ตนค้นพบเป็นเอกสารที่ไม่มีการต่อเติมเสริมแต่ง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง

 

การที่ กกต. วินิจฉัยข้อกล่าวหาของผู้ถูกร้องทั้ง 77 ราย โดยพิจารณาในลักษณะของคดีอาญาที่มุ่งหาความผิดส่วนบุคคลเป็นหลัก ถือเป็นการละเลย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62 ซึ่งระบุมาตรฐานการพิจารณาไว้ว่า เพียงมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” การเลือกเป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม ศาลก็จะต้องยื่นคำร้องเพื่อเพิกถอนสิทธิ

 

การที่ กกต. ไม่นำมาตรา 62 มาพิจารณา ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการจงใจปล่อยปละละเลยหรือไม่ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายการละเมิดกฎหมายฉบับเดียวกันในมาตรา 32 ที่กำหนดให้ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้องทำให้การเลือก สว. เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หากหลีกเลี่ยงหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะมีระวางโทษจำคุก 10 ปี

 

ด้วยเหตุนี้ กลุ่ม สว.สำรอง จึงอาศัยสิทธิตามมาตรา 44 ในการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาภายในกรอบระยะเวลา 3 วัน โดยมีคำขอหลักคือ ขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนคำสั่งของ กกต. ที่ยกคำร้องข้อกล่าวหาที่ 1 ถึง 3 พร้อมทั้งขอให้ศาลเปิดไต่สวนและวินิจฉัยใหม่ โดยพิจารณาถึงพฤติการณ์การทุจริตที่เป็นรูปแบบขบวนการ ซึ่งส่งผลให้การเลือก สว. ไม่สุจริตเที่ยงธรรม

 

กลุ่ม สว.สำรองยังขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับให้ กกต. กลับไปดำเนินการพิจารณาคุณสมบัติของ สว. ทั้ง 138 คนใหม่ทั้งหมด แล้วจึงส่งเรื่องกลับมาให้ศาลฎีกาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่ง พล.ต.ท.คำรบ เปรียบเทียบกระบวนการนี้ว่าเหมือนการให้ กกต. กลับไปทำทีสิสหรือการบ้านส่งขึ้นมาใหม่

 

ในประเด็นการชี้แจงของ กกต. ชุดใหญ่ ที่ระบุว่าพยานหลักฐานจากคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 36 ส่งมาไม่ถึง กกต. ชุดใหญ่ จึงทำให้ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอในการพิจารณาความผิดนั้น พล.ต.ท.คำรบ แสดงความเห็นว่า ในฐานะผู้บริหาร กกต. ไม่ควรโยนความผิดให้บุคคลอื่น การพิจารณาวินิจฉัยต้องกระทำด้วยความรอบคอบ และเมื่อผู้บริหารได้ทำการตัดสินใจวินิจฉัยไปแล้ว ย่อมต้องรับผิดชอบต่อผลของการวินิจฉัยนั้นด้วยตนเอง

 

ทั้งนี้ ทางกลุ่มยอมรับว่าไม่มีความหนักใจต่อกรณีที่ กกต. มีการเตรียมความพร้อมรับมือการถูกฟ้องร้อง เนื่องจากทางกลุ่ม สว.สำรอง ได้คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าและใช้เวลาเตรียมการร่างหนังสือคำร้องมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว

 

สำหรับกรณีที่หากคดีถึงที่สุดและศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง ซึ่งจะส่งผลให้ สว. ชุดปัจจุบัน 26 ราย ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ทางกลุ่ม สว.สำรอง ยืนยันว่าพร้อมน้อมรับผลที่จะตามมาและยินดีรับตำแหน่งหากได้รับการเลื่อนขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่แทน เนื่องจากกระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย โดยเป้าหมายที่ผ่านมาคือการพิสูจน์ให้สังคมตระหนักถึงความไม่ชอบธรรมในกระบวนการเลือก สว. ที่เกิดขึ้น

 

 

กลุ่ม สว.สำรอง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา คัดค้านมติ กกต. กรณีทุจริตเลือก สว. 1กลุ่ม สว.สำรอง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา คัดค้านมติ กกต. กรณีทุจริตเลือก สว. 2กลุ่ม สว.สำรอง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา คัดค้านมติ กกต. กรณีทุจริตเลือก สว. 3กลุ่ม สว.สำรอง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา คัดค้านมติ กกต. กรณีทุจริตเลือก สว. 4กลุ่ม สว.สำรอง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา คัดค้านมติ กกต. กรณีทุจริตเลือก สว. 5

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising