×

จุลพันธ์ดันแก้รัฐธรรมนูญต่อ ชี้คดีฮั้ว สว. สะท้อนความจำเป็นต้องมีฉบับใหม่ มองดราม่า ‘ภูมิธรรม-วิโรจน์’ ไม่กระทบงานสภา

โดย THE STANDARD TEAM
15.09.2026
  • LOADING...
ภาพจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (15 กันยายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเสถียรภาพของรัฐบาลภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่สั่งฟ้องในคดีฮั้ว สว. ว่า เสถียรภาพของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศจะมั่นคงขึ้นแน่นอน ซึ่งแม้ตนยังไม่ได้อ่านรายละเอียดคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ แต่นับว่าสบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง

 

ส่วนผู้ที่เห็นต่างก็สามารถดำเนินการตามช่องทางกฎหมายต่อได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรน่ากังขา เพราะในวันที่พรรคเป็นรัฐบาลได้ขับเคลื่อนดำเนินคดีเรื่องนี้อย่างเต็มที่ จนมีรัฐมนตรีถูกดำเนินคดีถึง 2 คน แต่วันนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนขององค์กรอิสระที่ต้องให้อิสระในการทำงาน นอกจากนี้ เสถียรภาพภายในของพรรคร่วมรัฐบาลยังคงแน่นแฟ้น และเชื่อว่ามติที่ออกมาจะช่วยสร้างความมั่นใจด้านเศรษฐกิจและการลงทุนให้ดีขึ้น

 

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมนำเรื่องฮั้ว สว. ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 และ 152 นั้น จุลพันธ์ยืนยันว่าไม่กังวล เพราะเป็นสิทธิและอำนาจหน้าที่ของฝ่ายค้านตามกรอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจงและตอบทุกประเด็น

 

ขณะที่ประเด็นกระแสข่าวการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อเพิ่มเสียงให้แน่นขึ้นนั้น พรรคเพื่อไทยไม่มีเงื่อนไขใดเพิ่มเติม เนื่องจากได้พูดคุยจบไปตั้งแต่วันแรกแล้ว ส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทย และไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องเสียหาย หากมีเสียงเพิ่มขึ้นก็ถือเป็นเรื่องดี

 

นอกจากนี้ จุลพันธ์ยังระบุถึงกรณีพยานในคดีฮั้ว สว. ให้การพาดพิงพรรคภูมิใจไทยว่า ไม่จำเป็นต้องมีการเคลียร์ใจกัน เพราะพยานดังกล่าวไม่ใช่คนของพรรคเพื่อไทย และภายในรัฐบาลไม่มีประเด็นค้างคากัน ส่วนกรณีการโต้ตอบในโซเชียลมีเดียระหว่าง ภูมิธรรม เวชยชัย และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร นั้น ถือเป็นเรื่องของคนวงนอก 2 คนที่ไม่ได้เป็น สส. ในสภา ซึ่งมีสิทธิแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนได้ตามปกติ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกันระหว่าง สส. พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนในสภาแต่อย่างใด

 

สำหรับจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จุลพันธ์ ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอดและลงมติไม่เคยแตกแถว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญและจัดทำฉบับใหม่มีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกลไกตามรัฐธรรมนูญยังต้องใช้วุฒิสภาถึง 2 ใน 3 จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสวงหาจุดร่วมกันเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเกิดขึ้นได้จริง

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising