วันนี้ (11 กันยายน) สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเดินหน้าขานรับนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อแก้ปัญหาในระยะเปลี่ยนผ่าน ผ่านนโยบายและมาตรการปฏิบัติการเร่งด่วน 90 วัน เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่ออุตสาหกรรม โดยมุ่งปรับระบบการศึกษาให้เชื่อมโยงกับการทำงานจริง ให้นักศึกษามีทักษะ ประสบการณ์ และโอกาสสร้างรายได้ระหว่างเรียน พร้อมผนึกกำลังสถานประกอบการ ศิษย์เก่า และผู้ปกครอง ร่วมพัฒนาการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ
รศ.ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ รักษาราชการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ระบุว่า “เป้าหมายสำคัญของสถาบันไม่ใช่เพียงการทำให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษา แต่ต้องทำให้นักศึกษาของเรามีความรู้ มีทักษะ มีประสบการณ์ มีวินัย และมีงานทำ สามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง สถาบันจึงต้องปรับตัวและทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิดมากขึ้น”
สำหรับ แนวทางการดำเนินงานในระยะเร่งด่วน 90 วัน ดังนี้
สถาบันจะยกระดับ ระบบอาจารย์ที่ปรึกษาเชิงรุก ให้มีส่วนร่วมในการดูแลนักศึกษาอย่างทั่วถึงและใกล้ชิด ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องการเรียน แต่ครอบคลุมถึงสภาพความเป็นอยู่ ปัญหาครอบครัว ความพร้อมในการศึกษา และความต้องการความช่วยเหลือในด้านต่างๆ พร้อมทั้งลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกับผู้ปกครองและพัฒนากลไกการดูแลนักศึกษาร่วมกันระหว่างคณาจารย์ ผู้ปกครอง และเครือข่ายศิษย์เก่า
ด้านการจัดการเรียนการสอน สถาบันจะพัฒนารูปแบบผสมผสาน โดยภาคทฤษฎีสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์และระบบบริหารจัดการเรียนรู้ ขณะที่ภาคปฏิบัติจะเพิ่มการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ร่วมมือกับสถานประกอบการ รวมถึงการพัฒนาห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ และห้องปฏิบัติการเสมือนจริง เพื่อให้นักศึกษาสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง
สถาบันจะเร่งพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสะสมและเทียบโอนผลการเรียนรู้ ประสบการณ์การทำงาน ประกาศนียบัตร และคุณวุฒิจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
สถาบันมีแผนนำนักศึกษาที่จำเป็นต้องได้รับการเสริมทักษะและปรับพื้นฐานไปฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ณ ศูนย์การเรียนกาญจนบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ โดยเน้นการฝึกทักษะวิชาชีพ วินัยในการทำงาน การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ สถาบันจะเร่งทบทวนและปรับปรุงหลักสูตรให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ เชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) โดยให้ภาคอุตสาหกรรมและสถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดสมรรถนะของผู้เรียน เพื่อให้หลักสูตรสามารถผลิตกำลังคนที่ตรงกับความต้องการของประเทศและภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
รศ.ดร.เสถียร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ช่วงเวลานี้เป็นช่วงสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เราต้องร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการยกระดับสถาบัน โดยยึดนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง และทำให้การศึกษาเชื่อมโยงกับการทำงานจริง เป้าหมายของเราคือการพัฒนานักศึกษาให้เป็นคนเก่ง คนดี มีวินัย มีงานทำ และสามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ”
ด้าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี อว. กล่าวขอบคุณสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พร้อมย้ำว่า กระทรวง อว. พร้อมให้การสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา รวมถึงการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของนักศึกษาจากทั้งสองสถาบันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะที่เหมาะสม สามารถเติบโตและก้าวเข้าสู่การทำงานได้อย่างมีคุณภาพ


