ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ‘ดร.เรือบิน’ ผู้อำนวยการ D-Vote มหาวิทยาลัยศรีปทุม เข้ายื่นหนังสือให้ข้อเท็จจริงฉบับที่ 3 ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลผลเอ็กซิตโพล (Exit Poll) เพื่อใช้เป็น ‘หลักฐานชิ้นสุดท้าย’ ในการนำเสนอว่า การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ใช้สิทธิเลือกผู้สมัครรายใด ส่งผลให้การเลือกตั้งทั้งบัตรสีชมพูและบัตรสีเขียวเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ลับ
ธรรมธีร์ได้ยื่นเอกสารดังกล่าวก่อนกำหนดการยื่นคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันศุกร์นี้ (11 กันยายน) ในกระบวนการพิจารณาคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง หมายเลขคดี ต.30/2569 ที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
ก่อนหน้านี้ ธรรม์ธีร์ได้ยื่นหนังสือไปแล้ว 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม และ 9 เมษายน 2569 โดยนำเสนอประเด็นบาร์โค้ดที่เมื่อสแกนแล้วตรงกับเลขต้นขั้วบัตร ปัญหาข้อมูลลำดับในบัญชีรั่วไหล และไฟล์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมในวันเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งประกอบด้วยคลิปวิดีโอการมาใช้สิทธิ และรูปถ่ายบัตรสีชมพูและสีเขียวขณะนับคะแนนครบทั้ง 308 ใบ ที่ถ่ายจากจุดตั้งกล้องของสื่อมวลชน
สำหรับหนังสือฉบับที่ 3 เป็นการนำข้อมูลผลเอ็กซิตโพลมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลเดิม เพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้การใช้บาร์โค้ดแบบเป็นเล่ม ซึ่งบัตร 20 ใบใช้รหัสเดียวกันและสแกนแล้วไม่พบความสัมพันธ์ที่เรียงลำดับกัน ก็สามารถระบุการลงคะแนนของกลุ่มผู้ใช้สิทธิ 20 คนได้
ข้อมูลเอ็กซิตโพลนี้มาจากการบันทึกผลการลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิที่ยินยอมให้สัมภาษณ์และบันทึกเวลาที่ออกจากคูหา เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นจุดอ้างอิงประกอบกับคลิปวิดีโอจุดลงชื่อและพฤติกรรมของหีบบัตรตอนนับคะแนน พบว่ารูปแบบการนับคะแนนเป็นลักษณะการหย่อนทีหลังถูกหยิบก่อน (LIFO) ในอัตราส่วน 93 ต่อ 1 และบัตรที่จ่ายจากเล่มเดียวกันยังคงเกาะกลุ่มกันอยู่ในกอง แม้จะผ่านการเขย่าหีบก่อนนับ
ข้อมูลลักษณะดังกล่าวทำให้สามารถประเมินได้ว่าผู้มาใช้สิทธิ 20 คนที่รับบัตรเล่มเดียวกันลงคะแนนในทิศทางใด โดยอาศัยสมมติฐานการจ่ายบัตรเรียงเล่มที่มีเอกสารของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถตรวจสอบได้ และหากมีการจัดบุคคลมาต่อแถวรับบัตรติดกันจนเต็มเล่ม เพียงทราบเวลาของผู้ใช้สิทธิคนแรกก็สามารถตรวจสอบผลการลงคะแนนของทั้งเล่มได้
ในส่วนของผู้ที่ถือต้นขั้วบัตรและทราบว่ารหัสใดตรงกับเล่มใด สามารถตรวจสอบได้ทันทีจากภาพถ่ายบัตรตอนนับคะแนนว่าบัตรใบนั้นเป็นของ 1 ใน 20 คน โดยไม่ต้องอาศัยคลิปวิดีโอหรือข้อมูลเอ็กซิตโพล
ธรรม์ธีร์ได้ส่งข้อมูลลำดับการลงคะแนนของบัตรสีเขียวพร้อมค่าความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว โดยสงวนการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะเพื่อคุ้มครองความลับของผู้ใช้สิทธิ การดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะนี้สามารถทำได้โดยศูนย์โพลอื่นที่ทำเอ็กซิตโพลในหน่วยที่มีการถ่ายภาพขณะนับคะแนน ซึ่งเป็นไปตามความหมายของคำว่า ‘อยู่ในวิสัยที่ตรวจสอบได้’ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวางหลักไว้
จากการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ตลอดระยะเวลา 7 เดือน ธรรม์ธีร์ให้ความเห็นในฐานะผู้ให้ข้อเท็จจริงว่าการลงคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ในวิสัยที่ตรวจสอบได้ว่าใครเลือกใคร การให้น้ำหนักของข้อมูลในคดีนี้ถือเป็นดุลพินิจของผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดอ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าวในวันที่ 28 กันยายน 2569


