×

รัสเซีย-เกาหลีเหนือ เปิดสะพานถนนเชื่อมพรมแดนครั้งแรก สะท้อนอะไร สำคัญอย่างไร

08.09.2026
  • LOADING...
ภาพสะพานถนนโนวิเชนโกที่เชื่อมระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ

รัสเซียและเกาหลีเหนือได้ร่วมกันเปิด ‘สะพานโนวิเชนโก’ (Novichenko Bridge) สะพานถนนเชื่อมพรมแดนแห่งแรกระหว่างทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการ เมื่อวานนี้ (7 กันยายน)

 

 

ผู้นำของทั้งสองประเทศต่างมองว่า ความสำเร็จในครั้งนี้คือ ‘ก้าวย่างประวัติศาสตร์’ ที่จะช่วยกระชับมิตรภาพและผลประโยชน์ร่วมกันให้มั่นคงในระยะยาว การเดินรถบนสะพานแห่งใหม่นี้จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงการหันมาพึ่งพากันมากขึ้นของทั้งรัสเซียและเกาหลีเหนือที่กำลังเผชิญกับการถูกโดดเดี่ยวจากชาติตะวันตก

 

ประวัติเบื้องต้นของ ‘สะพานโนวิเชนโก’

 

สะพานนี้สร้างขึ้นเพื่อทอดข้ามแม่น้ำตูเมน (Tumen River) เชื่อมต่อระหว่างเมืองคาซาน (Khasan) ของรัสเซีย และเมืองตูมันกัง (Tumangang) ของเกาหลีเหนือ ตัวสะพานมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร (0.6 ไมล์) และกว้าง 7 เมตร ขนาด 2 เลนวิ่งสวนกัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางข้ามพรมแดนความยาว 4.7 กิโลเมตรรวมถนนทางเข้า ออกแบบมาให้รองรับยานพาหนะได้สูงสุด 300 คัน และคนได้ 2,300 คนต่อวัน เบื้องต้นจะใช้สำหรับการขนส่งสินค้าทันที และจะเปิดใช้งานรองรับผู้โดยสารเต็มรูปแบบได้ในช่วงสิ้นปี 2026 นี้

 

ส่วนที่มาของชื่อสะพานนั้น ตั้งชื่อตาม ยาคอฟ โนวิเชนโก (Yakov Novichenko) นายทหารกองทัพแดงของสหภาพโซเวียตที่เกาหลีเหนือยกย่องว่า ช่วยชีวิต คิมอิลซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ ไว้ในปี 1946 โดยใช้ร่างกายของตัวเองบังแรงระเบิดจากระเบิดมือที่มีผู้ต่อต้านปาเข้าใส่หมายจะเอาชีวิตคิมอิลซุง

 

โครงการนี้เริ่มก่อสร้างในเดือนเมษายน 2025 หลังจากผู้นำทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลงร่วมกันระหว่างการประชุมสุดยอดที่เปียงยางในปี 2024 ทางฝั่งเกาหลีเหนือก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2026 แต่ฝ่ายรัสเซียเกิดความล่าช้าหลายเดือน ทำให้การเปิดใช้งานต้องเลื่อนออกไป

 

ก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศมีเพียงเส้นทางรถไฟและอากาศ โดยไม่มีทางถนนเชื่อมปกติ ตั้งแต่ปี 1959 รถยนต์ที่ต้องการข้ามแดนจะต้องใช้วิธีพิเศษด้วยการปูแผ่นไม้กระดานทับรางรถไฟบน ‘สะพานมิตรภาพ’ (Friendship Bridge) ซึ่งเป็นสะพานรถไฟจุดผ่านแดนเดียวของทั้งสองประเทศ

 

สะพานนี้สะท้อนอะไร สำคัญอย่างไร?

 

สะพานนี้สะท้อนความสัมพันธ์ที่เป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมในระดับสูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน” ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัสเซียถูกโดดเดี่ยวและคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก หลังการบุกรุกรานยูเครนในปี 2022 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกาหลีเหนือเผชิญอยู่แล้วมานานหลายปี

 

สะพานนี้สะท้อนถึงความร่วมมือเชิงทหารที่เป็นรูปธรรม หลังจากเกาหลีเหนือส่งทหารมากกว่า 14,000 นาย ไปช่วยรัสเซียรบเพื่อต้านทานการบุกของยูเครนในภูมิภาคคูร์สก์ (Kursk) ซึ่งในการเปิดสะพาน มิคาอิล มิชุสติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ถึงกับกล่าวสดุดีทหารเหล่านี้เป็น “วีรบุรุษเกาหลีที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับทหารรัสเซีย ปกป้องแผ่นดินรัสเซีย”

 

ศาสตราจารย์ อิมอึลชุล จากสถาบันเพื่อตะวันออกไกลศึกษา มหาวิทยาลัยคยองนัม ประเทศเกาหลีใต้ แสดงความเห็นกับ Reuters ว่า สะพานแห่งใหม่นี้ตอกย้ำว่า มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือนั้นกำลังกลายเป็น ‘สิ่งไร้ความหมาย’ เพราะในขณะที่เกาหลีเหนือพยายามผลักดัน เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตัวเอง ทางฝั่งรัสเซียก็สามารถได้เส้นทางถนนสายตรงในการขนส่งทั้งเสบียงทางทหาร กระสุน และกำลังพล เพื่อสนับสนุนการทำสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อได้สำเร็จ

 

ขณะที่ นาซาร์ มีฮุน ผู้นำการวิจัยของกลุ่ม Truth Hounds ในยูเครน ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่า สะพานนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์การทหารในลักษณะที่ ‘ซ่อนเร้น’ หรือ ‘ถูกปิดเป็นความลับ’ กว่าการขนส่งทางรถไฟแบบเดิมอย่างมาก

 

เนื่องจาก เดิมที ชาติตะวันตกจะเฝ้าระวังการขนส่งอาวุธระหว่างสองประเทศผ่านภาพถ่ายดาวเทียมของทางรถไฟมิตรภาพ แต่มีฮุนระบุว่า เครือข่ายถนนนั้นมีขนาดใหญ่กว่าระบบรางมาก ทำให้การเฝ้าติดตามอย่างทั่วถึงทำได้ยากกว่า อีกทั้งบนตู้รถไฟ ประเภทของสินค้ามักจะถูกระบุได้ง่าย เนื่องจากบางชนิดต้องขนส่งในตู้รถไฟแบบเปิดโล่ง ทำให้มองเห็นและจำแนกประเภทได้จากดาวเทียม ต่างจาก ‘รถบรรทุก’ ที่เกือบทั้งหมดมักมีลักษณะภายนอกที่เหมือนๆ กันในภาพดาวเทียม ทำให้ระบุสิ่งที่อยู่ภายในได้ยากมาก

 

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาการขนส่งผ่านรถไฟต้องพึ่งพาสถานีหรือศูนย์กระจายสินค้าคงที่ที่มีอยู่ไม่กี่แห่ง แต่สำหรับรถบรรทุก พวกเขาสามารถจอดโหลดและขนถ่ายสินค้าจากที่ใดก็ได้ตามเส้นทางถนน

 

นาซาร์ มีฮุน ยังอธิบายว่า ระบบรถไฟเดิมระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือประสบปัญหาขนาดความกว้างของรางไม่เท่ากัน ทำให้การเดินทางข้ามแดนต้องเสียเวลาหยุด เพื่อปรับเปลี่ยนชุดล้อรถไฟ (Wheelsets) แต่สะพานถนนแห่งใหม่นี้ ‘ไม่มีข้อจำกัดทางเทคนิค’ ดังกล่าว ทำให้การเคลื่อนย้ายทหาร กระสุน หรือกลุ่มช่างก่อสร้างข้ามแดน ทำได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลรัสเซียและเกาหลีเหนือจะพยายามประชาสัมพันธ์ว่า สะพานนี้สร้างมา เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่กลุ่ม Truth Hounds ได้ชี้ให้เห็นว่า เหตุผลทางเศรษฐกิจเหล่านั้น ‘ไม่มีน้ำหนักมากเพียงพอ’ เนื่องจาก สะพานแห่งนี้มีมูลค่าการก่อสร้างสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,000 ล้านรูเบิล) แต่มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างสองประเทศในปี 2024 กลับมีมูลค่าเพียงแค่ 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งถือว่า ‘ต่ำมาก’ เมื่อเทียบกับค่าก่อสร้าง

 

ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางเข้าไปในเกาหลีเหนือในปี 2025 มีเพียงประมาณ 10,000 คน และส่วนใหญ่เป็นการเดินทางแบบกลุ่มทัวร์ ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด ยิ่งไปกว่านั้น กรุงเปียงยางซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยว อยู่ห่างจากด่านข้ามพรมแดนนี้ไปมากกว่า 500 กิโลเมตร

 

สะพานถนนนี้จึงต้องถูกมองว่าเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์การทหาร’ ที่สร้างขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนอาวุธ เทคโนโลยี และทรัพยากรระหว่างกันในแบบที่มีความซ่อนเร้นมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในสงครามรัสเซีย-ยูเครนไม่มากก็น้อย

 

ภาพ: KCNA via Reuters,Kremlin Press Office / Anadolu via Getty Images

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising