วันนี้ (4 กันยายน) ทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีตัวแทนนักวิชาการและนักศึกษา เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอให้กรมธนารักษ์พิจารณาใช้อำนาจชะลอการรื้อถอนหอพักอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)
การยื่นหนังสือในครั้งนี้ นำโดย รศ.ดร. สันต์ สุวัจฉราภินันทน์ และ นาวินธิติ จารุประทัย ในฐานะตัวแทนประชาคม มช. โดยมี พิจิกา จักรแก้ว ผู้อำนวยการส่วนจัดการฐานข้อมูล สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ เป็นผู้รับมอบหนังสือ
รศ.ดร. สันต์ ชี้ให้เห็นถึงประเด็นทางกฎหมายที่สำคัญว่า เดิมที่ดินของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีสถานะเป็นที่ราชพัสดุ และอาคารที่ก่อสร้างขึ้นก่อนที่ มช. จะออกนอกระบบราชการ ถือเป็นทรัพย์สินราชพัสดุที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมธนารักษ์ ดังนั้น การรื้อถอนอาคารจึงควรต้องดำเนินการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินด้วย
“แม้ มช. จะดำเนินการขออนุญาตรื้อถอนกับเทศบาลนครเชียงใหม่ตามกฎหมายควบคุมอาคารแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยว่าได้ผ่านกระบวนการขออนุญาตจากกรมธนารักษ์แล้วหรือไม่ นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังมีระเบียบในการพิจารณาอาคารที่มีคุณค่าอันสมควรได้รับการอนุรักษ์ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในกรณีนี้” รศ.ดร. สันต์ กล่าว
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีการประชุมร่วมกับสมาคมสถาปนิกสยามฯ สภาวิชาชีพวิศวกรรม รวมถึงเครือข่ายนักวิชาการจากหลายสถาบัน เพื่อหาแนวทางสื่อสารให้สังคมเห็นถึงคุณค่าของอาคาร ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ การออกแบบ และผลงานทางสถาปัตยกรรม พร้อมเรียกร้องให้ มช. เปิดเผยเอกสารประเมินความมั่นคงของอาคารต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใส
ทางด้าน นาวินธิติ ตัวแทนนักศึกษา ยอมรับว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือ กระบวนการรื้อถอนได้เริ่มเดินหน้าไปแล้วตามสัญญา จึงต้องการให้กรมธนารักษ์ใช้อำนาจส่งหนังสือถึง มช. เพื่อชะลอโครงการ และเปิดพื้นที่ให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาคม
“ทุกวินาทีที่ผ่านไปมีความกังวล เพราะสัญญารื้อถอนเริ่มไปตั้งนานแล้ว เราต้องการคำสั่งบางอย่างที่จะช่วยคุ้มครองและยื้อเวลา เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาคมต่อไป” นาวินธิติ ระบุ
ด้านตัวแทนสำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางหน่วยงานจะดำเนินการตรวจสอบข้อกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์อาคาร ซึ่งกรณีนี้มีความซับซ้อนและไม่ได้ให้อำนาจผู้ใช้ประโยชน์อาคารตัดสินใจได้ทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียว หลังจากนี้อาจมีการทำหนังสือระงับการดำเนินการไว้ก่อน เพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามระเบียบให้ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวล่าสุดบริเวณพื้นที่หอพักอ่างแก้ว พบว่าสถานการณ์เริ่มตึงเครียด เมื่อผู้รับเหมาได้นำรั้วเข้าล้อมพื้นที่เพื่อเตรียมการรื้อถอน โดยมีตัวแทนผู้รับเหมาเข้ามาสอบถามสังกัดของสื่อมวลชนและสั่งให้ลบภาพถ่าย พร้อมระบุว่าไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพหรือเข้าไปในพื้นที่ หากไม่มีหนังสืออนุญาตจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาแสดง
ทันทีที่ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจประชาคมชาว มช. เช่น ‘SAAP 24:1’ และ ‘ลูกช้าง มช.’ ได้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มนักศึกษาและศิษย์เก่า ส่งผลให้มีผู้เดินทางมารวมตัวกันบริเวณด้านหน้าทางเข้าหอพักอ่างแก้ว พร้อมทั้งเขียนข้อความแสดงจุดยืนคัดค้านการรื้อถอนอย่างต่อเนื่อง












