วันนี้ (4 กันยายน) เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 ว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้วางยุทธศาสตร์ประเทศเพื่อบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากที่ผ่านมาขอยื่นอนุญาตกระจายตามหน่วยงานต่างๆ
รัฐบาลจึงได้ตั้งคณะทำงาน 4 ชุด ประกอบด้วย
- เศรษฐกิจประเมินมาตรฐานและยุทธศาสตร์ชาติ
- โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ไฟฟ้า และดิจิทัล
- ชุดที่ดินและผังเมือง
- สิ่งแวดล้อม ที่มีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เข้าร่วมตรวจสอบ วางเกณฑ์ภายใน 1 เดือน โดยกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ ด้านสิ่งแวดล้อม มลพิษทางเสียง และความปลอดภัย ซึ่งจะบังคับใช้ครอบคลุมทั้งโครงการที่เปิดแล้ว กำลังสร้าง และโครงการใหม่ รวมถึงจัดทำระบบการแข่งขันยื่นข้อเสนอ (Pitching) สำหรับโครงการในอนาคตเพื่อให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด
มหาดไทย-กทม. สั่งชะลอโครงการใหม่ ยกระดับเข้าหมวดอุตสาหกรรม
ด้าน พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าการให้บริการน้ำ-ไฟแก่ประชาชนในภาพรวมจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยสั่งการให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจชะลอการจ่ายระบบให้โครงการที่ยังไม่เริ่มสร้างไว้ก่อน
ขณะที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุว่า ได้จัดหมวด ดาต้าเซ็นเตอร์เข้าสู่หมวดอุตสาหกรรมชัดเจน ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่ประชาชนใน 5 ด้านได้แก่ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การจัดวางผังเมืองเพื่อระบุพิกัดที่เหมาะสม การบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารเรื่องระยะเว้นระยะร่น ความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองอย่างเข้มงวดโดยกระทรวงพลังงาน ตลอดจนความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคอย่างน้ำและไฟฟ้า
สำหรับสถานะของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ ในพื้นที่ กทม. ปัจจุบันมีการขออนุญาตทั้งหมด 6 โครงการ ขนาดตั้งแต่ 9-23 เมกะวัตต์ มีโครงการที่เปิดแล้ว 3 แห่ง ซึ่งจะส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจเข้มงวด ส่วนอีก 3 โครงการที่รออนุมัติได้สั่งชะลอเพื่อทบทวนเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเชิงนโยบายที่ชัดเจนจากคณะกรรมการภายใน 1 เดือน
ดีอีเปิด Dashboard รวมศูนย์ -พลังงานแยกคิดอัตราค่าไฟเฉพาะ
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่า ได้รวบรวม ข้อมูลและจัดทำ Dashboard รวมศูนย์ แบบ Real-time รวบรวมข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ ผังเมือง โครงข่ายไฟฟ้า และกฎหมายที่เกี่ยวข้องไว้จุดเดียว เพื่อให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานะได้แม่นยำ
นอกจากนี้ยังได้ติดตามสถานะของดาต้าเซ็นเตอร์ได้แบบ Real-time ตั้งแต่กลุ่มโครงการที่กำลังจะสร้าง อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ไปจนถึงโครงการที่เปิดดำเนินกิจการแล้ว ซึ่งจะกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการประสานงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต
ด้าน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ออก 4 เกณฑ์ควบคุมระบบไฟฟ้า ได้แก่ การแยกอัตราค่าไฟเฉพาะกลุ่มให้สะท้อนต้นทุนจริงเพื่อไม่ให้กระทบไฟบ้าน, การบังคับใช้พลังงานสะอาดสอดรับเป้าหมาย Net Zero (ไม่ต่ำกว่า 60%), การวางมาตรฐานระบบไฟฟ้าสำรอง และการควบคุมเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้า
สศช. จัดหมวดธุรกิจเฉพาะ – BOI ชี้การลงทุนภาพรวมยังโตแรง
ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยว่า ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์ เปิดแล้ว 35 โครงการ ผ่านการส่งเสริมของบีโอไอเพียง 11 โครงการ อยู่ระหว่างสร้าง 49 โครงการ และรอพิจารณาอีก 117 โครงการ สศช. จึงเตรียมยกร่างเกณฑ์แยกหมวดธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ออกจากคลังสินค้าทั่วไป พร้อมปรับค่าบริการน้ำ-ไฟให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
ขณะที่ นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มั่นใจว่า ภาพรวมการลงทุนในไทยยังโตต่อเนื่อง โดยนอกจากดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ (ไฮบริด/EV) อากาศยาน และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ยังคงมีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง











