วันนี้ (3 กันยายน) เวลา 14.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต และวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
ทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรีรับฟังบรรยายสรุปจากกองทัพเรือ ภายในโรงเรือพระราชพิธี ถึงการเตรียมความพร้อมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค และความพร้อมของฝีพายจำนวน 2,000 นาย จากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินตรวจความพร้อมของเรือพระที่นั่ง 2 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งเป็นเรือทรง และเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ ซึ่งเป็นเรืออัญเชิญผ้าพระกฐิน
ภายหลัง นายกรัฐมนตรีขึ้นเรือของกองทัพเรือที่จะแล่นขนาบขบวนเรือไปตลอดเส้นทาง เพื่อติดตามความพร้อมและดูกระแสน้ำ ก่อนขึ้นเทียบท่าที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร จากนั้นนายกรัฐมนตรีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พร้อมสักการะพระพุทธธรรมิศราชโลกธาตุดิลก และพระพุทธนฤมิตร ณ พระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม
ทั้งนี้ พระราชวชิรรัตนาภรณ์ รองเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม มอบครุฑยุดนาคให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความหมายถึงมหาอำนาจเหนืออุปสรรค พลังแห่งบารมี คุ้มครองป้องกันศัตรูพ่ายแพ้ และการงานรุ่งเรือง ก่อนนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับ มีประชาชนเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปด้วย
ต่อมา เวลา 15.50 น. นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ภายหลังติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ว่า ขณะนี้ทั้งขบวนเรือ เส้นทาง และรูปแบบพิธีการในงานพระราชพิธีวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ มีความเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ โดยยังมีการฝึกขบวนเรืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความสวยงามและปลอดภัย ครั้งนี้เป็นการฝึกครั้งที่ 4 และจะมีการฝึกอีกหลายครั้งจนกว่าจะถึงวันพระราชพิธี
“สิ่งที่เรามีความมั่นใจ คือ นอกเหนือจากการแสดงออกถึงความสวยงามของวัฒนธรรมไทย ยังเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราทุกคนมีความภาคภูมิใจในสถาบันหลักของชาติ”
ส่วนเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวตามจุดที่ชมขบวนเรือ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยตามเส้นทางดังกล่าวมีความเข้มงวดอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว โดยนักท่องเที่ยวสามารถไปตามจุดริมแม่น้ำ ซึ่งมีทั้งวัดและโรงเรียน ทั้งนี้ ตนจะสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงวัฒนธรรมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่
ส่วนผู้ที่สามารถจ่ายค่าอำนวยความสะดวกสบายได้ ก็สามารถไปตามภัตตาคาร คาเฟ่ และร้านอาหารริมน้ำ ซึ่งทุกครั้งร้านเหล่านี้จะมีการให้บริการ เพื่อให้สามารถชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคได้อย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า ต้องมีการกำชับร้านอาหารที่อยู่ริมน้ำในเรื่องของราคาหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ตนคิดว่าวันนั้น ถ้าตนเป็นเจ้าของร้าน ก็อยากจะให้คนมีโอกาสได้เข้ามาชม คิดว่าคงไม่มีเรื่องของการเอาเปรียบหรือฉวยโอกาส”










