วานนี้ (2 กันยายน) วิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. ทีมคนทำงาน เขตบางรัก กล่าวถึงกรณีพบว่ามีการตั้ง Data Center เพิ่มขึ้นจำนวนมากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ขอเสนอให้ฝ่ายบริหาร กทม. เร่งเตรียมความพร้อมรองรับการขยายตัวของการลงทุนด้าน Data Center เพราะโครงสร้างเหล่านี้ใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาล ใช้น้ำสะอาดจำนวนมากในระบบหล่อเย็น และต้องพึ่งพาโครงข่ายสื่อสารประสิทธิภาพสูง แม้การเติบโตนี้จะสะท้อนโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ กทม. จำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการเชิงโครงสร้างที่รัดกุมรองรับไว้ล่วงหน้า
วิพุธระบุอีกว่า เพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และดึงศักยภาพทางเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาของคนกรุงเทพฯ ขอเสนอให้ กทม. เตรียมแผนรองรับ Data Center 5 แนวทาง ดังนี้
- จัดทำแผนแม่บทจัดการฐานข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวบรวมและบริหารข้อมูลที่จำเป็นอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมระบบไฟฟ้า ประปา เครือข่ายสื่อสาร และข้อกำหนดผังเมือง
- บูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานและอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย ให้ กทม. เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับ BOI การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน
- ศึกษาแนวทางประเมินผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ สำหรับโครงการที่อาจกระทบทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมของเมือง
- พัฒนาข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อประเมินและกำหนดพื้นที่ที่มีศักยภาพและความพร้อมรองรับ Data Center
- บูรณาการแผนรับมือเหตุฉุกเฉินระดับเมือง วางมาตรการรองรับวิกฤต เช่น เหตุเพลิงไหม้ หรือเหตุฉุกเฉินรุนแรง
วิพุธกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนไม่ได้คัดค้าน Data Center แต่มองเป็นโอกาส ความสำเร็จของการเป็นเมืองอัจฉริยะไม่ได้วัดจากจำนวน Data Center หรือเม็ดเงินลงทุนที่เข้ามาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ กทม. จะนำการลงทุนเหล่านี้มาต่อยอดพัฒนา AI เพื่อบริหารจัดการเมืองได้อย่างไร เพื่อให้กรุงเทพมหานครใช้เทคโนโลยีได้เต็มศักยภาพ ไม่ใช่เป็นเพียงพื้นที่ตั้ง Data Center เท่านั้น


