สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการหรือกิจการประเภทศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
กทม. ได้แสดงความกังวลว่า โครงการประเภทนี้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำในปริมาณมหาศาล ก่อให้เกิดการระบายความร้อน เสียง ความสั่นสะเทือน ตลอดจนน้ำทิ้งจากระบบหล่อเย็น และกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียงและกลุ่มเปราะบาง จึงต้องการความชัดเจนว่า โครงการ Data Center ต้องจัดทำรายงาน EIA ตามกฎหมายหรือไม่ และ สผ. มีแนวทางในการกำหนดเกณฑ์เฉพาะสำหรับกิจการประเภทนี้อย่างไร
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม สผ. ได้มีหนังสือตอบกลับเพื่อสร้างความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า ปัจจุบันตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ยังไม่ได้มีการกำหนดให้ โครงการประเภทศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นประเภทกิจการที่ต้องจัดทำรายงาน EIA ไว้เป็นการเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการก่อสร้าง Data Center จะพ้นจากการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยสิ้นเชิง สผ. ชี้แจงว่า หากอาคารที่ใช้เป็น Data Center เข้าข่ายเป็นอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร จะต้องจัดทำรายงาน EIA ก่อนขออนุญาตก่อสร้าง ในกรณีดังต่อไปนี้
- ตั้งอยู่ในพื้นที่อ่อนไหว: อาคารที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำ ชายฝั่งทะเล ทะเลสาบสงขลา ชายหาด หรือตั้งอยู่ติด/อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์
- เป็นอาคารขนาดใหญ่: มีการใช้ประโยชน์ในอาคารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเป็นอาคารที่ใช้เป็นสำนักงาน/ที่ทำการของเอกชน ที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- อาคารใช้งานแบบผสมผสาน (Mixed-use): อาคารที่มีการใช้ประโยชน์หลายประเภทในหลังเดียวกัน ที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่รวมตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
สผ. ทิ้งท้ายว่า ในส่วนของการกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับ Data Center โดยเฉพาะนั้น ขณะนี้ สผ. กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดว่า มีความจำเป็นจะต้องบังคับทำรายงาน EIA หรือไม่ หรือหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตในปัจจุบันมีกลไกที่สามารถกำกับดูแลได้ครอบคลุมอยู่แล้ว โดยหลังจากนี้จะมีการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายต่อไป


