วันนี้ (31 สิงหาคม) ที่จังหวัดสงขลา นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พร้อมด้วย บุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีถอนถอนรายชื่อทุจริตการสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า ขณะนี้ สถ. ได้ดำเนินการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบแข่งขันอย่างรอบคอบและโปร่งใส ล่าสุดได้มีมติให้เพิกถอนการบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวน 3,868 ราย โดยให้มีผลพร้อมกันทั่วประเทศในวันนี้ (31 สิงหาคม 2569)
นิรัตน์ชี้แจงถึงตัวเลขผู้ที่ถูกเพิกถอนว่า จากรายชื่อผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนในบัญชีใหญ่ทั้งหมด 5,925 รายนั้น ทาง สถ. ได้จัดชุดทำงานลงพื้นที่สอบทานข้อมูลอย่างละเอียดโดยเทียบเคียงข้อมูลระหว่างเครื่องและคน พบว่ามีผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการไปแล้วจำนวน 3,868 ราย ซึ่งกลุ่มนี้คือผู้ที่ต้องถูกเพิกถอนการบรรจุ ส่วนที่เหลืออีกกว่า 1,000 รายนั้นยังเป็นเพียงผู้ที่รอการบรรจุ จึงไม่ต้องดำเนินการเพิกถอน เพียงแต่จะไม่มีการเรียกมารายงานตัวเพื่อบรรจุแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ในจำนวน 3,868 รายที่ถูกเพิกถอน พบว่ามีผู้ที่ชิงลาออกไปก่อนแล้ว 146 ราย ซึ่งการลาออกจะไม่ส่งผลให้พ้นจากความผิด หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตก็จะต้องถูกดำเนินคดีต่อไป
สำหรับการแจ้งรายชื่อผู้ถูกเพิกถอน ทางกรม สถ. เลือกใช้วิธีส่งหนังสือแจ้งรายชื่อเฉพาะบุคคลไปยังคณะกรรมการข้าราชการส่วนจังหวัด (ก.จังหวัด) แต่ละแห่งโดยตรง เพื่อให้เห็นเฉพาะรายชื่อของจังหวัดตนเอง แทนการประกาศรายชื่อทั้งหมด 50,000 รายชื่อลงบนอินเทอร์เน็ต เพื่อความถูกต้องตามขั้นตอน
พร้อมกันนี้ สถ. ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบสามารถเดินทางมาขอตรวจสอบคะแนนของตนเองได้ทั้งที่ส่วนกลางและที่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน มีผู้เดินทางมาตรวจสอบคะแนนแล้วถึง 1,489 คน โดยทาง สถ. ได้นำหลักฐานผลคะแนนที่แท้จริงและคะแนนที่ถูกปลอมแปลงมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ทำให้ทุกคนยอมรับในหลักฐาน ไม่มีผู้ใดโวยวาย ร้องไห้ หรือดำเนินการฟ้องร้องแต่อย่างใด ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของกรมฯ ที่ต้องการแสดงความโปร่งใสให้สังคมได้รับทราบ
นิรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะแรก สถ. จำต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบแข่งขันเป็นอันดับแรก เพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ที่สอบผ่านตามเกณฑ์แต่ต้องเสียโอกาสและรอคอยการบรรจุ โดยหลังจากดำเนินการเพิกถอนกลุ่มผู้ทุจริตเรียบร้อยแล้ว สถ. มีกำหนดการที่จะเรียกผู้ที่อยู่ในบัญชีสำรองที่ถูกต้องตามลำดับคะแนน (จากบัญชีผู้สอบผ่านกว่า 48,000 – 50,000 คน) เข้ามาบรรจุทดแทนในตำแหน่งที่ว่างลง ภายในช่วงเดือนตุลาคม 2569 นี้
ส่วนกรณีของผู้ที่ตรวจสอบพบว่าคะแนนดีขึ้น แต่ได้รับการบรรจุไปแล้วนั้น จะยังคงยึดมติเดิมเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม คือให้ปฏิบัติงานในพื้นที่เดิมที่ได้รับการบรรจุไปก่อน เนื่องจากเมื่อปฏิบัติงานครบ 6 เดือนก็สามารถทำเรื่องขอย้ายได้ตามระเบียบปกติ
สำหรับความคืบหน้าทางคดีอาญา สถ. ได้รวบรวมข้อมูลและส่งมอบหลักฐานให้กับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง เช่น ป.ป.ช., ตำรวจ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ป.ป.ง. และ ป.ป.ท. เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดต่อไป ทั้งนี้ สถ.ได้มีการรายงานความคืบหน้าของกระบวนการทั้งหมดให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทราบอย่างต่อเนื่องในทุกระยะ
ทั้งนี้ นิรัตน์ และบุญประสงค์ ได้พูดคุยกันว่า “ปิดจ็อบๆ” ก่อนที่ นิรัตน์จะแบมือทั้งสองข้างให้ผู้สื่อข่าวดู แล้วย้ำว่า “ปิดจ็อบๆ”


