เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเดินหน้าความพยายามในการค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ที่ทำลายหมู่บ้านหลายแห่งจนราบเป็นหน้ากลองในบริเวณพื้นที่ชายแดนเนปาล-ทิเบต โดยล่าสุดมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 392 คน และยังมีผู้สูญหายอีกมากกว่า 1,400 คน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการทับถมของเศษซากที่ปิดกั้นแม่น้ำ อาจทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบหลายแห่ง เพิ่มสูงจนทะลักและเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่อีกรอบ
จนถึงขณะนี้ ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยทหารเนปาลได้ใช้สุนัขดมกลิ่นเพื่อค้นหาร่างของผู้ที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากดินโคลน
“มันคือสุสานขนาดใหญ่” ออมการ์ โจชิ เจ้าหน้าที่ศุลกากรชาวเนปาลวัย 35 ปี ที่ได้รับการช่วยเหลือจากยอดเขาในเมืองชายแดนติมูเร กล่าว และชี้ว่า “สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงทรายและก้อนกรวดที่เปื้อนเลือด”
ผู้สูญหายจำนวนมากรวมถึงนักเดินป่า นักท่องเที่ยว ตลอดจนผู้แสวงบุญชาวฮินดูจำนวนมากที่กำลังเดินทางไปยังเขาไกรลาศ ยอดเขาอันศักดิ์สิทธิ์ในเทือกเขาหิมาลัย ทางตะวันตกของทิเบต
ขณะที่ทางการเนปาลระบุว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูญหายไปจำนวน 517 คน โดยเป็นชาวอินเดียมากที่สุด ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าพลเมือง 90 คนติดต่อไม่ได้ และรัฐบาลจีนระบุว่ามีพลเมืองจีน 100 คน ที่สูญหาย นอกจากนี้มีรายงานว่าพลเมืองจากออสเตรเลีย อังกฤษ มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส แอฟริกาใต้ และเกาหลีใต้ สูญหายเช่นกัน
สำนักข่าว Xinhua ของจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนในทิเบตได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยเกือบ 800 คน รวมถึงสุนัขดมกลิ่นและเรือเร็วเพื่อช่วยเหลือในปฏิบัติการกู้ภัย
ขณะที่บาเลนดรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ในบางพื้นที่ประสบภัยวานนี้ (27 สิงหาคม) พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น “ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยที่สูญเสียบ้านเรือน และเปิดเส้นทางที่ถูกเศษซากและดินถล่มปิดกั้น”
ด้านองค์ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบตซึ่งลี้ภัยอยู่ในอินเดีย กล่าวว่า เขาจะ “สวดภาวนาให้กับทุกคนที่เสียชีวิต”
ผู้เชี่ยวชาญเตือนน้ำท่วมระลอกสอง
หน่วยสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา (USGS) ระบุว่า ภัยพิบัติครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการถล่มของธารน้ำแข็ง ที่ทำให้เศษซากของน้ำแข็งจำนวนมหาศาลไหลทะลักผ่านช่องเขาราวกับคลื่นยักษ์สึนามิบนบก ซึ่งในขณะที่ธารน้ำแข็งถล่ม ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนคล้ายแผ่นดินไหว
“เหตุการณ์นี้ถูกรายงานเบื้องต้นว่าเป็นแผ่นดินไหวขนาด 4.4 แต่เมื่อวิเคราะห์บันทึกแผ่นดินไหวแล้ว พบว่าเป็น “การถล่มของธารน้ำแข็งและการไหลของเศษซาก” USGS ระบุ และชี้ว่าการถล่มของธารน้ำแข็งที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบร้ายแรง ต่อพื้นที่ปลายน้ำทั้งในเนปาลและทิเบต
เฉียงกง จาง หัวหน้าฝ่ายความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของศูนย์นานาชาติเพื่อการพัฒนาภูเขาแบบบูรณาการในกรุงกาฐมาณฑุ แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมระลอกสอง เนื่องจากยังมีน้ำถูกกักไว้โดยกองเศษซากขนาดมหึมาที่ปิดกั้นหุบเขา
“เนื่องจากยังมีสิ่งกีดขวางอยู่ต้นน้ำในแม่น้ำชายแดนเนปาล-จีน ทางการจึงเตือนว่าอาจเกิดน้ำท่วมรอบสอง”
ภาพ : REUTERS/Navesh Chitrakar
อ้างอิง :


