วันนี้ (27 สิงหาคม) พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจาก 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ ฝ่ายสิ่งแวดล้อม ฝ่ายโยธา และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการย่านยานนาวา เพื่อกำกับติดตามมาตรการความปลอดภัยเชิงรุก
การลงพื้นที่ครั้งนี้ พรพรหม ได้เข้าตรวจสอบสถานประกอบการขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ถนนพระราม 3 และร้านไม้โท ถนนรัชดาภิเษก โดยเน้นย้ำว่า การตรวจตราสถานบันเทิงคือมาตรการปกติที่ กทม. ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุวิกฤต ซึ่งปัจจุบัน กทม. ได้ปรับปรุงแบบประเมินความปลอดภัย (Checklist) เป็น 17 ข้อ ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านสุขอนามัย โครงสร้างอาคาร และระบบป้องกันอัคคีภัย เพื่อให้สำนักงานเขตทั้ง 50 แห่งใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
สำหรับภาพรวมการจัดระเบียบตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม ถึง 23 สิงหาคม 2569 กทม. ได้เข้าตรวจสอบสถานประกอบการไปแล้วทั้งสิ้น 1,040 แห่ง โดยใช้ระบบการประเมินแยกตามระดับสี
- กลุ่มสีเขียว (ผ่านเกณฑ์): จำนวน 280 แห่ง เป็นสถานประกอบการที่มีใบอนุญาตครบถ้วนและได้มาตรฐานตามเช็กลิสต์ความปลอดภัย
- กลุ่มสีเหลืองและสีส้ม (รอปรับปรุง): จำนวน 639 แห่ง เป็นร้านที่มีใบอนุญาต แต่ยังพบข้อบกพร่องด้านโครงสร้างหรือระบบความปลอดภัย เช่น ทางหนีไฟ ป้ายสัญลักษณ์ หรือไฟฉุกเฉิน ซึ่ง กทม. จะให้คำแนะนำและขีดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 7 วัน, 14 วัน หรือ 1 เดือน หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535
- กลุ่มสีแดง (สั่งหยุด/ปิดกิจการ): จำนวน 121 แห่ง แบ่งเป็น สีแดงอ่อนจำนวน 40 แห่ง ซึ่งมีใบอนุญาตร้านอาหารแต่ไม่มีใบอนุญาตแสดงดนตรี จึงถูกสั่งระงับการแสดงดนตรีทันที และ สีแดงเข้ม จำนวน 81 แห่ง ซึ่งเป็นร้านที่ไม่มีใบอนุญาตใดๆ กทม. ได้สั่งปิดดำเนินกิจการอย่างเด็ดขาด และหากพบการลักลอบเปิดจะดำเนินคดีขั้นสูงสุด
เป้าหมายสำคัญของ กทม. คือการผลักดันสถานประกอบการกลุ่มสีเหลืองและสีส้มกว่า 600 แห่ง ให้เข้าสู่โซนสีเขียวโดยเร็วที่สุด ซึ่งจากผลการลงพื้นที่ในวันนี้ พบว่า โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ได้ดำเนินการปรับปรุงป้ายทางหนีไฟและติดตั้งเครื่องวัดระดับเสียงตามคำแนะนำเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ ร้านไม้โท ได้เพิ่มอุปกรณ์ดับเพลิง ไฟฉุกเฉิน และป้ายทางออก จนสามารถเปลี่ยนสถานะจากสีเหลืองเป็นสีเขียวได้สำเร็จ
ในระยะยาว กทม. ได้ออกข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการทุกแห่ง ต้องดำเนินการประเมินตนเอง (Self-Check) ผ่านระบบ BMA OSS ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 พร้อมแนบเอกสารรับรองจากวิศวกรเพื่อยืนยันความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและอัคคีภัย
พร้อมกันนี้ กทม. ขอความร่วมมือประชาชนให้ร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


