วันนี้ (26 สิงหาคม) เวลา 13.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายกรัฐมนตรีแจ้งต่อที่ประชุมว่า นับตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ โดยประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา
ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ และภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน ให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ
ในส่วนของรัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. พร้อมทั้งได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตดำเนินการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธี โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่กราบบังคมทูลขอพระมหากรุณา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
สำหรับการประชุมครั้งแรกในวันนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้คณะกรรมการและผู้เข้าร่วมประชุมยืนถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางสำคัญในการเตรียมการจัดงาน ได้แก่ การจัดสร้างพระเมรุและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุ รวมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบ การจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับภาคประชาชน การจัดพิธีรับกล่องเพลิงพระราชทาน การจัดการแสดงมหรสพสมโภช การจัดนิทรรศการ และการจัดทำเข็มที่ระลึกพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ
ในการนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้คณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติสูงสุด


