ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานฝ่ายกฎหมาย เสนอให้มีการตรวจสอบกระบวนการรักษาความลับของหน่วยงานรัฐ กรณีมีผู้นำข้อมูลและเอกสารที่อ้างว่าเป็นสำนวนการไต่สวนเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ
ศุภชัยระบุว่า สังคมควรตั้งคำถามถึงกระบวนการรั่วไหลของเอกสารควบคู่ไปกับการพิจารณาเนื้อหาในสำนวน พร้อมเสนอให้ตรวจสอบเส้นทางของเอกสาร เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์มาสร้างข้อสรุปและตัดสินความผิดทางสังคมก่อนที่กระบวนการยุติธรรมจะสิ้นสุด
ศุภชัยอธิบายถึงแนวทางการตรวจสอบความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ปล่อยข้อมูล ผู้รับข้อมูล และผู้เผยแพร่ข้อมูล
สำหรับกลุ่มผู้ปล่อยข้อมูล หากเอกสารที่นำมาเผยแพร่เป็นเอกสารจริงจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำเป็นต้องสืบสวนว่าเจ้าหน้าที่รายใดเป็นผู้นำออกจากระบบและมีอำนาจในการเปิดเผยหรือไม่ หากเป็นการนำออกไปโดยไม่มีอำนาจ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกตรวจสอบความรับผิดทางอาญาและทางวินัย
สำหรับกลุ่มผู้รับข้อมูล แม้บุคคลภายนอกจะไม่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานราชการ แต่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบถึงวิธีการได้มาซึ่งเอกสาร การรับรู้สถานะของข้อมูล รวมถึงพฤติการณ์ที่มีส่วนชักจูงหรือร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการนำเอกสารออกมา ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดในฐานะตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนกระบวนการกระทำความผิด
ในส่วนของกลุ่มผู้เผยแพร่ข้อมูล ศุภชัยระบุว่า คำให้การของพยานในสำนวนการไต่สวนเป็นกระบวนการรวบรวมข้อเท็จจริงจากหลายฝ่าย ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผ่านการพิสูจน์จนสิ้นสุด การถูกกล่าวหาหรือการมีชื่อปรากฏในสำนวนไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นผู้กระทำความผิด
การนำเอกสารหรือคำให้การเพียงบางส่วนออกมาเผยแพร่โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการตัดทอนข้อความเพื่อชี้นำสังคมนั้น ส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมและสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา การพิจารณาความผิดจึงควรเป็นอำนาจขององค์กรตามกฎหมาย
ศุภชัยเรียกร้องให้หน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องออกมาอธิบายถึงสาเหตุที่เอกสารในสำนวนการไต่สวนถูกนำออกมาสู่ภายนอก ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวในเวทีของพรรคฝ่ายค้าน โดยระบุว่าพยานหลักฐานเกี่ยวกับโพยและเส้นทางการเงินมีน้ำหนักเพียงพอที่ กกต. ควรส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา พร้อมกล่าวถึงการพิจารณาดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หาก กกต. ไม่ดำเนินการตามหลักฐานที่มีอยู่


