×

ก.บ.ศ. ชงประธานศาลฎีกา ตั้งบอร์ดศึกษาปม ‘ลดโทษ’ หวังแก้ปัญหานักโทษคดีอุกฉกรรจ์ก่อเหตุซ้ำ กู้ศรัทธาสังคม

โดย THE STANDARD TEAM
24.08.2026
  • LOADING...
ภาพอาคารศาลฎีกา สื่อถึงการพิจารณาคดีและการบริหารงานยุติธรรม

วันนี้ (24 สิงหาคม) ที่ ศาลฎีกา อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ครั้งที่ 8/2569 โดยมีวาระสำคัญที่น่าจับตา เมื่อคณะกรรมการ ก.บ.ศ. สายผู้ทรงคุณวุฒิจากข้าราชการตุลาการ จำนวน 12 ราย ซึ่งเป็นผู้แทนที่ได้รับคัดเลือกจากผู้พิพากษาทั่วประเทศ (ชั้นศาลละ 4 คน) ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อความถึงประธานศาลฎีกา

 

สาระสำคัญของบันทึกข้อความดังกล่าวระบุถึงการขอให้บรรจุระเบียบวาระการประชุม เพื่อ แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาและมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำที่มีประสิทธิภาพ

 

สาระสำคัญที่นำมาสู่การเสนอตั้งคณะกรรมการชุดนี้ มาจากข้อห่วงใยต่อสภาพสังคมปัจจุบันที่พบว่า การบังคับโทษทางอาญาในคดีร้ายแรงที่มีโทษสูง เช่น โทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต มักมีการลดโทษในชั้นบังคับโทษหลายครั้ง ส่งผลให้นักโทษเหล่านั้นรับโทษสุทธิในเรือนจำเพียงระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งแตกต่างจากบทลงโทษตามคำพิพากษาของศาลอย่างมาก

 

สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้สังคมเกิดความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาทั้งระบบ แต่ยังนำไปสู่ปัญหาการกลับมากระทำความผิดซ้ำของผู้พ้นโทษในคดีร้ายแรง แม้ว่าปัจจุบันจะมี พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 และข้อบังคับของประธานศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องบังคับใช้อยู่แล้วก็ตาม สิ่งนี้ทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

 

แหล่งข่าวจากศาลยุติธรรมเปิดเผยเบื้องหลังการลงนามร่วมกันของ ก.บ.ศ. ในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวครึกโครมว่า มีจำเลยในคดีอุกฉกรรจ์ที่ศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต แต่กลับถูกควบคุมตัวในระยะเวลาอันสั้น ไม่เป็นไปตามคำพิพากษา และเมื่อได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ กลับไปก่อเหตุฆาตกรรมซ้ำอีก

 

“ชเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการบังคับโทษ และมุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์มาที่ศาล ทั้งที่ในความเป็นจริง ศาลได้พิจารณาและพิพากษาลงโทษจำเลยขั้นเด็ดขาดไปแล้ว แต่กระบวนการบังคับโทษและการลดโทษนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์

 

ทาง ก.บ.ศ. เล็งเห็นว่าช่องโหว่ในกระบวนการดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อถือศรัทธาที่ประชาชนมีต่อกระบวนการยุติธรรม จึงอาศัยอำนาจตามระเบียบ ก.บ.ศ. ว่าด้วยการประชุมฯ พ.ศ. 2544 ข้อ 5 เสนอให้ประธานศาลฎีกาบรรจุวาระการตั้งคณะทำงานชุดนี้ เพื่อเร่งศึกษาวิจัยและพัฒนากระบวนการบังคับโทษให้สอดคล้องกับการอำนวยความยุติธรรม สร้างแนวทางที่มีประสิทธิภาพ และคืนความรู้สึกปลอดภัยให้กับสังคมไทยอย่างแท้จริง

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising