อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าว เตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องการล้างบางทุจริตสอบท้องถิ่น โดยระบุว่า ข้อกังวลที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นเรื่องที่เป็นขบวนการใหญ่และผู้ที่เป็นผู้บงการ เป็นผู้ที่มีอำนาจและเครือข่าย ซึ่งความกังวลคือสามารถสาวไปถึงผู้บงการสำคัญจริงหรือไม่ จะมีการตัดตอนเพื่อไม่ให้กระทบกับผู้มีอำนาจหรือไม่
“จะมีข้อมูลสำคัญว่านายหน้าหรือผู้เล่นต่างๆ เป็นใคร อย่างไร บุคคลเหล่านี้อยากจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อไปสู่การขยายผลและสามารถจะสาวไปถึงผู้บงการที่แท้จริงได้ แต่บุคคลเหล่านี้มีความกังวลว่าหากมาให้ข้อมูลดังกล่าวแล้ว ตัวเองจะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่
“พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่ากฎหมายของ ป.ป.ช. มาตรา 135 มีบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกันบุคคลเหล่านี้เป็นพยาน ใครที่กระทำความผิด แต่ไม่ใช่ตัวการสำคัญ เมื่อมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการไต่สวนดำเนินคดีและสาวไปถึงตัวการสำคัญแล้ว ทาง ป.ป.ช. จะกันมาเป็นพยาน ไม่ดำเนินคดีและออกมาตรการคุ้มครองพยาน” อภิสิทธิ์กล่าว
อภิสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม แม้มีบทบัญญัติ แต่ก็ยังมีความไม่มั่นใจ เนื่องจากขั้นตอนยังมีความไม่แน่นอน การมาให้ข้อมูลแล้ว ยังเป็นดุลพินิจของ ป.ป.ช. ว่าจะให้กันเป็นพยานหรือไม่ หรือในกรณีที่ต้องไปดำเนินการในส่วนของตำรวจก็ไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนที่เกี่ยวข้องกับงานการกันคนไว้เป็นพยาน
ดังนั้น ในวันวันพรุ่งนี้ (24 สิงหาคม) เราจะไปยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อให้ ป.ป.ช. มีนโยบายและประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่าจะมีแนวทางในเรื่องการใช้มาตรการการกันพยานอย่างไร เพื่อสามารถสอบสวนและสาวไปถึงผู้บงการหรือตัวการสำคัญต่างๆได้ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะเป็นผู้ประสานงานในการนำเอาคนเหล่านี้ เพื่อไปให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช.
“เราต้องการให้มีการจัดการกับผู้บงการและตัวการสำคัญจริงๆ เนื่องจากเรื่องนี้กระทบกระเทือนกับคนในวงกว้างมาก ที่สำคัญเป็นการทำลายขวัญกำลังใจของบุคคลทั้งหลายที่ต้องการเห็นคุณธรรมในระบบราชการและการปกครองส่วนท้องถิ่น” อภิสิทธิ์กล่าว
อภิสิทธิ์ระบุด้วยว่า ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้ว่ามีมากน้อยเท่าไร แต่มีทั้งที่ติดต่อมาโดยตรง และที่เห็นตามข่าวสารต่างๆ เบาะแสของบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องในสถานะใดสถานะหนึ่ง เช่น ถูกชักชวน บางคนก็ถึงขั้นบอกว่าถูกหลอกก็มี ดังนั้น จะมีจำนวนหนึ่ง แต่ว่าหลักๆ การจะใช้มาตรการนี้ต้องเป็นการทำเพื่อให้ได้ตัวการใหญ่ ไม่ใช่เพื่อที่จะมาให้คนเหล่านี้พ้นผิดไป นอกจากนี้ ป.ป.ช. ควรเร่งกำหนดความชัดเจน โดยพิจารณาให้สิทธิแก่กลุ่มบุคคลที่เข้าให้ข้อมูลเป็นกลุ่มแรกๆ ก่อน
ส่วนข้อมูลจากพยานมีแนวโน้มเชื่อมโยงไปหาบุคคลระดับสูงถึงระดับรัฐมนตรีหรือไม่ อภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็ต้องอยู่ที่ ป.ป.ช. ว่าจะสร้างความมั่นใจตรงนี้ได้อย่างไร เว้นเสียแต่ว่า ป.ป.ช. บอกว่ามีความพร้อมอยู่แล้ว ทำได้อยู่แล้ว ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เราก็เห็นว่าในฐานะที่เป็นพรรคการเมือง มีหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องนี้ เราก็อยากที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยให้เรื่องนี้ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย
“วันนี้ไม่ได้พาดพิงใครนะครับ จริง ๆ เราดูง่ายมาก ต้องนึกภาพว่า ขนาด และจำนวนบุคคล และพื้นที่ที่เรื่องนี้เกิดขึ้น มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเป็นเรื่องของคนระดับเล็กๆ แม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงในระบบราชการ ผมเองก็ไม่เชื่อหรอกว่าจะกล้า หรือมีศักยภาพในการทำสิ่งเหล่านี้” อภิสิทธิ์กล่าว


