×

ประชาธิปัตย์ร้อง ป.ป.ช. ใช้มาตรา 131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น สาวให้ถึงผู้มีอิทธิพลทางการเมือง

โดย THE STANDARD TEAM
24.08.2026
  • LOADING...
คณะทำงานพรรคประชาธิปัตย์ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้กันพยานคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์, ไพศาล เรืองฤทธิ์ คณะกรรมการกฎหมายพรรค และ พรชัย มาระเนตร์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายพรรค เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้กำหนดแนวทางและมาตรการกันบุคคลไว้เป็นพยาน สำหรับผู้เสียหายและผู้ที่ถูกหลอกลวงให้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีทุจริตการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น

 

ไพศาลเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสังคมอาจมุ่งความสนใจไปที่ประเด็นการเมืองระดับชาติ แต่เรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นกลับเงียบหายไป ทั้งที่เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำลายระบบราชการและโครงสร้างประเทศ ซึ่งตนเองได้รับการร้องเรียนและข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊กจำนวนมาก โดยผู้ให้ข้อมูลมีทั้งพยานหลักฐาน เส้นทางการเงิน และทราบถึงตัวผู้บงการ แต่ยังไม่กล้าเปิดตัวเพราะเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีไปด้วย

 

ไพศาลกล่าวว่า ป.ป.ช. มีเครื่องมือทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ทั้งมาตรา 131 และมาตรา 135 ในการคุ้มครองและกันบุคคลไว้เป็นพยาน จึงต้องการความชัดเจนว่า ป.ป.ช. จะนำกลไกดังกล่าวมาใช้เพื่อขยายผลไปถึงตัวการใหญ่หรือไม่

 

“ถ้า ป.ป.ช. ใช้มาตรา 131 และ 135 กันไว้เป็นพยาน เขาจะพูดหมด และถ้าพูดหมด มันจะไม่ใช่แค่ปลาซิวปลาสร้อยปลายแถว แต่มันจะสาวไปถึงว่าใครบงการ ใครสั่ง ใครรับเงิน เขามีเส้นเงินหมด แต่วันนี้เขาไม่กล้าออกมาพูดเพราะกลัวถูกดำเนินคดี” ไพศาลกล่าว

 

ไพศาลกล่าวอีกว่า มูลค่าความเสียหายรอบนี้ประเมินจากผู้เกี่ยวข้องราว 5,900 ถึง 6,000 คน หากคิดอัตราเรียกรับเงินเฉลี่ยคนละ 600,000 บาท ตัวเลขจะสูงถึงกว่า 3,000 ล้านบาท และยังไม่นับรวมรอบก่อนหน้านี้ ผลกระทบไม่ได้ตกอยู่แค่ตัวเงิน แต่ทำให้ระบบราชการท้องถิ่น ทั้ง อบต. อบจ. และเทศบาล เสียหายอย่างหนัก ประชาชนผู้สุจริตถูกตัดสิทธิ

 

ขณะที่เด็กจบใหม่บางรายที่ตกเป็นเหยื่อต้องถูกปลดจนหมดอนาคต เกิดความเครียดถึงขั้นกระทำอัตนิวิบาตกรรม พรรคประชาธิปัตย์จึงพร้อมเป็นตัวกลางประสานข้อมูลเพื่อให้คดีนี้เดินหน้าถึงที่สุด

 

ด้าน พรชัย มาระเนตร์ ระบุว่า กระบวนการนี้ทำลายโอกาสของคนสุจริตและเปิดทางให้การทุจริตตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้ารับราชการ มีการอ้างโควตาจากผู้ใหญ่ อธิบดี ไปจนถึงนักการเมือง ทำให้ข้าราชการที่เข้ามาด้วยวิธีนี้ถูกล็อกชีวิตไว้ให้ตกเป็นฟันเฟืองทุจริตไปตลอดการทำงาน

 

“ข้าราชการเหล่านี้จะถูกกระบวนการนี้ล็อกชีวิตไว้เลยทั้งชีวิต เขาจะต้องทุจริต เพราะชีวิตแรกที่เขาเข้ามารับราชการนั้นเขาทุจริต เขาจะถูกบังคับให้ทำงานเป็นแรงงานทุจริตในระบบราชการ ซึ่งเรารับไม่ได้ เพราะคนพวกนี้อยู่ในท้องถิ่น ต้องใช้งบประมาณเพื่อชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่” พรชัยกล่าว

 

ขณะที่ พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ขบวนการดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ยังพบพฤติการณ์ในรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่มีการจ่ายเงินต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยโครงสร้างการทุจริตแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่

 

  • ผู้จ่ายเงินเพื่อแก้คะแนน
  • นายหน้าเดินสายขายโควตา
  • ผู้ลงมือแก้ไขข้อสอบ
  • ข้าราชการระดับสูงรวมถึงฝ่ายการเมือง

 

ส่วนการตรวจสอบครั้งนี้จะสามารถสาวถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่ พงศกรกล่าวว่า หากเปิดช่องทางคุ้มครองพยานอย่างจริงจัง ข้อมูลจะเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายอย่างแน่นอน ซึ่งพบเบาะแสสำคัญทั้งในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

“มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ไม่ใช่แค่ผู้บริหารท้องถิ่น แต่เป็นผู้บริหารระดับรัฐบาล นักการเมืองระดับรัฐมนตรี มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่วันนี้ปัญหาคือเราไม่สามารถให้เขามาให้การอย่างเป็นทางการได้ เพราะเขากลัวติดคุก” พงศกรทิ้งท้าย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising