วันนี้ (10 สิงหาคม) ไต้ฝุ่นดอลฟินพัดถล่มชายฝั่งตะวันออกของประเทศจีนอย่างหนัก ส่งผลให้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นทางการจีนสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนแล้ว โดยเฉพาะในภาคตะวันออกของจีน รวมถึงเซี่ยงไฮ้และเจ้อเจียง
พายุส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการเดินทาง โดยเฉพาะในเซี่ยงไฮ้ที่มีการยกเลิกเที่ยวบินไปแล้วราว 1,400-1,500 เที่ยวบิน ทางการมณฑลฝูเจี้ยนสั่งระงับเส้นทางเดินเรือเฟอร์รีข้ามฟาก 55 เส้นทาง และสั่งหยุดโครงการก่อสร้างนอกชายฝั่งมากกว่า 100 โครงการ นอกจากนี้ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเซี่ยงไฮ้ เช่น ดิสนีย์แลนด์ เลโก้แลนด์ และจุดชมวิวบริเวณ The Bund ต่างต้องปิดทำการชั่วคราว ขณะนี้ทางการจีนยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ
ก่อนจะพัดเข้าสู่จีน พายุลูกนี้ได้สร้างความเสียหายในฟิลิปปินส์จนมีผู้เสียชีวิต 8 คนจากฝนตกหนัก และส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 5 คนในจังหวัดโอกินาวาของญี่ปุ่น พร้อมทั้งทำให้เกิดไฟดับในอาคารบ้านเรือนกว่า 50,000 หลัง
ทางการจีนยังคงแจ้งเตือนภัยฝนตกหนัก น้ำท่วมรุนแรง และดินถล่มจนถึงวันพุธนี้ (12 สิงหาคม) โดยบางพื้นที่ในมณฑลเจ้อเจียงอาจมีฝนตกสะสมสูงถึง 250-500 มิลลิเมตร และมีความเสี่ยงที่แม่น้ำสายหลักหลายสาย เช่น แม่น้ำเฉียนถัง (Qiantang) จะเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปีนี้เป็นปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่รุนแรง ซึ่งส่งผลให้ไต้ฝุ่นทวีความรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า ภาวะโลกร้อนมีส่วนทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วและพายุที่รุนแรงเช่นนี้ง่ายยิ่งขึ้น
อ้างอิง:
- https://www.bbc.com/news/articles/cx2rgzyplg2o
- https://www.theguardian.com/world/2026/aug/09/typhoon-dolphin-makes-landfall-in-china-as-its-strongest-storm-this-year







