×

สรุปภารกิจอนุทิน เยือนอินโดนีเซีย ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก ประกาศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย – อินโดนีเซีย

03.08.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ขณะเยือนอินโดนีเซีย

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงกรุงจาการ์ตา ในทริปเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม ตามคำเชิญของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย

 

 
 

การเยือนครั้งนี้ถูกจับตามองว่ามีความสำคัญ และถือเป็นการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีอนุทิน เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ตามธรรมเนียมปฏิบัติของอาเซียน อีกทั้งยังเป็นการเยือนอินโดนีเซียครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 15 ปี

 

โดยมีรัฐมนตรีจากหลายกระทรวงติดตามไปด้วย ได้แก่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

และนี่คือรายละเอียดภารกิจที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเยือนอินโดนีเซียของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ในครั้งนี้ ซึ่งมีหลายวาระสำคัญที่น่าจับตามอง และเป็นไปตามแนวนโยบายการทูตเชิงรุกที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ในคำแถลงนโยบาย เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจไทย

 

ขับเคลื่อนความร่วมมือ ประกาศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย – อินโดนีเซีย

 

กำหนดการสำคัญในวันแรกของการเยือน คือการหารือระดับผู้นำ (Leaders’ Consultation) ครั้งที่ 2 ร่วมกับ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างไทยและอินโดนีเซียอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะด้านความมั่นคง อาชญากรรมข้ามชาติ การค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน และความสัมพันธ์ระดับประชาชน – ประชาชน รวมถึงความร่วมมือในกรอบอาเซียน

 

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศ จะร่วมเป็นสักขีพยานแลกเปลี่ยนเอกสาร 2 ฉบับ คือ แผนการความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย – อินโดนีเซีย ปี 2569 – 2573 และบันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านการศึกษา

 

ขณะที่วันพรุ่งนี้ (4 สิงหาคม) นายกรัฐมนตรีจะร่วมในพิธีเปิดงานฟอรัมภาคธุรกิจ (Business Forum) ซึ่งจัดโดยหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซียร่วมกับหอการค้าไทยในอินโดนีเซีย เพื่อเชื่อมโยงภาคธุรกิจและผลักดันโอกาสการลงทุนระหว่างสองประเทศ โดยจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ร่วมกัน 4 ฉบับ

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปพบกับเกา คิม ฮอร์น เลขาธิการอาเซียน ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค ก่อนที่จะมีการกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของประเทศไทยต่ออาเซียน

 

นอกจากนี้ เขายังมีกำหนดการไปพบกับตัวแทนจากภาคเอกชนของอินโดนีเซียเพื่อสำรวจความร่วมมือทางธุรกิจ ก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเย็น

 

การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก ขยายการเข้าถึงตลาดใหญ่สุดในอาเซียน

 

การเยือนครั้งนี้ เป็นการดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกของรัฐบาล เพื่อใช้ความสัมพันธ์ระดับผู้นำเป็นกลไกเปิดประตูทางเศรษฐกิจ ต่อยอดความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย- อินโดนีเซีย ไปสู่โครงการและความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ความมั่นคง ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การศึกษา และความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ

 

การค้าและการลงทุน เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือระหว่างผู้นำไทยและอินโดนีเซีย โดยรัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล ระบุเป้าหมายของรัฐบาล ที่ตั้งใจจะใช้การหารือในระดับผู้นำเพื่อผลักดันโครงการที่เป็นรูปธรรมภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและอินโดนีเซีย

 

โฆษกรัฐบาลชี้ว่า อินโดนีเซียมีประชากรประมาณ 280 ล้านคน เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในอาเซียน ทำให้เป็นตลาดสำคัญ แหล่งลงทุน และเป็นพันธมิตรที่มีศักยภาพสำหรับธุรกิจไทย

 

รัฐบาลมองว่า ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ จะช่วยขยายการเข้าถึงตลาดอินโดนีเซียสำหรับสินค้าและบริการของไทย และเสริมสร้างความเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมการลงทุนในทั้งสองทิศทาง

 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมองเห็นโอกาสสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ของไทยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในการขยายการดำเนินงานในอินโดนีเซีย

 

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างประโยชน์ที่นอกเหนือไปจากความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล รวมถึงตลาดที่กว้างขึ้นสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารของไทย การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น การสร้างงาน และการพัฒนาแรงงาน

 

โดยประเทศไทยยังแสวงหาการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีในภาคส่วนที่ทั้งสองประเทศมีจุดแข็งที่เสริมซึ่งกันและกัน

 

“การเยือนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างผู้นำทั้งสองเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ดีให้เป็นโอกาสสำหรับการค้า การลงทุน และการสร้างรายได้” รัชดา กล่าว และเสริมว่า

 

“รัฐบาลต้องการให้นโยบายต่างประเทศเสริมสร้างเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม”

 

มุ่งเน้นวาระระดับภูมิภาค

 

ไทยและอินโดนีเซีย ถือเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งอาเซียน และยังคงมีบทบาทในการกำหนดทิศทางของภูมิภาค โดยในการหารือเต็มคณะระหว่างอนุทินและปราโบโว คาดว่า ทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นระดับภูมิภาค ทั้งเรื่องความเป็นเอกภาพของอาเซียนและความสามารถของอาเซียนในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงในทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนประเด็นความมั่นคง, การเชื่อมโยงระดับภูมิภาค, อาหาร, พลังงาน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไปจนถึงปัญหาใหญ่อย่างอาชญากรรมข้ามชาติ

 

ในเรื่องเศรษฐกิจนั้น คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับมาตรการเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจระหว่างกันมากขึ้น เพื่อส่งเสริมอาเซียนให้เป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจ

 

ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน คาดว่านายกรัฐมนตรีอนุทิน จะนำเสนอวิสัยทัศน์ของไทยสำหรับอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว มีความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งมุ่งสู่การเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน

 

ขณะที่รัชดา ชี้ว่า การเยือนอินโดนีเซียครั้งนี้ จะสะท้อนให้เห็นถึงแนวนโยบายด้านการต่างประเทศของไทย ที่มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ การรักษาสมดุลในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตำแหน่งการเจรจาทางเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันและความไม่แน่นอนในระดับโลกสูง

 

ภาพ : REUTERS/Willy Kurniawan

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising