คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG จังหวัดสระบุรี รับฟังข้อมูลและตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรม ระบบฝังกลบ และการจัดการน้ำเสีย พร้อมเสนอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลและสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่ BWG ระบุว่าได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งตามมาตรา 39 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (3 สิงหาคม) พล.ท. สุกิจ ทั่งทอง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสระบุรี ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย นิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล รองประธานกรรมการฯ และคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมของ BWG ที่ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
การลงพื้นที่ครั้งนี้มี เลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ตรีพงษ์ กลันทปุระ อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นิทัศน์กล่าวภายหลังรับฟังข้อมูลและตรวจพื้นที่หลุมฝังกลบว่า ธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมเป็นกิจการที่ประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยธรรมชาติ บริษัทจึงควรเพิ่มการสื่อสารเชิงรุก เปิดเผยข้อมูลและอธิบายกระบวนการจัดการของเสียให้สังคมเข้าใจมากขึ้น เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเมื่อเกิดข้อสงสัยหรือกระแสข่าว
ด้าน นวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ระบุว่า หลังรับฟังข้อมูลและกระบวนการดำเนินงาน เห็นว่าการจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อทั้งระบบสิ่งแวดล้อมและภาคอุตสาหกรรม
BWG แจงใช้ระบบฝังกลบเชิงวิศวกรรม
ตัวแทน BWG ชี้แจงต่อคณะสมาชิกวุฒิสภาว่า บริษัทพร้อมเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและรับทราบกระบวนการดำเนินงาน โดยระบุว่าการฝังกลบกากอุตสาหกรรมไม่ได้เป็นการขุดหลุมแล้วนำของเสียฝังลงดินโดยตรง แต่ใช้ระบบฝังกลบเชิงวิศวกรรม ซึ่งประกอบด้วยคันดิน ระบบรองพื้นและวัสดุป้องกันการรั่วซึม ระบบรวบรวมน้ำชะกาก รวมถึงระบบบำบัดน้ำเสีย
บริษัทระบุว่า น้ำชะกากที่เกิดจากความชื้นของของเสียหรือน้ำที่สัมผัสกับของเสียโดยตรง จะถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบบำบัด ก่อนนำน้ำที่ผ่านกระบวนการกลับมาใช้ภายในพื้นที่ เช่น รดต้นไม้ รดถนน และลดฝุ่น โดยบริษัทอ้างว่าไม่มีการระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดดังกล่าวออกนอกพื้นที่โรงงาน
สำหรับการเฝ้าระวังการรั่วซึม BWG ระบุว่า มีบ่อสังเกตการณ์น้ำใต้ดินรอบพื้นที่ เพื่อนำตัวอย่างมาตรวจเปรียบเทียบคุณภาพน้ำทั้งบริเวณเหนือน้ำและท้ายน้ำ รวมถึงติดตามคุณภาพน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขที่กำหนด
ส่วนการจัดการกากอุตสาหกรรม บริษัทระบุว่ามีการแยกของเสียอันตรายออกจากของเสียไม่อันตราย โดยของเสียอันตรายจะต้องผ่านกระบวนการลดความเป็นอันตราย เช่น การปรับสภาพกรด-ด่าง หรือการทำให้ของเสียแข็งตัว ก่อนเข้าสู่กระบวนการฝังกลบ เพื่อลดโอกาสการชะละลายของสารปนเปื้อน
อุทธรณ์คำสั่งมาตรา 39 ยืนยันต้องแยก ‘น้ำในระบบ’ กับ ‘น้ำทิ้ง’
สำหรับกรณีคำสั่งตามมาตรา 39 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม BWG ระบุว่า บริษัทได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งแล้ว โดยมีความเห็นว่าการพิจารณาข้อเท็จจริงควรแยกระหว่างน้ำที่อยู่ภายในระบบรวบรวมและบำบัดของโรงงาน กับน้ำทิ้งที่ระบายออกนอกพื้นที่
บริษัทให้เหตุผลว่า การตรวจพบสารในระบบรวบรวมและบำบัดน้ำชะกากภายในโรงงาน ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่ามีการปล่อยมลพิษออกสู่ลำน้ำสาธารณะ และเห็นว่าจำเป็นต้องมีหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงแหล่งกำเนิดกับผลกระทบภายนอกได้อย่างชัดเจน
BWG ยังระบุว่า พื้นที่ตำบลห้วยแห้งและบริเวณคลองตะเข้เป็นระบบลุ่มน้ำที่มีกิจกรรมหลายประเภท ทั้งชุมชน เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษควรพิจารณาข้อมูลในภาพรวมของลุ่มน้ำ ไม่ควรสรุปจากผลตรวจเฉพาะจุดหรือข้อมูลในบางช่วงเวลา
ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวเป็นคำชี้แจงของบริษัทภายหลังถูกดำเนินการตามคำสั่งของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งกระบวนการอุทธรณ์ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องติดตามผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาดูงาน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 คณะอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เข้าศึกษาดูงานด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมของ BWG เพื่อเรียนรู้กระบวนการปฏิบัติงานจริงนอกห้องเรียน
รศ.ดร. บุญชัย วิจิตรเสถียร หัวหน้าสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ระบุว่า การนำนักศึกษาไปศึกษาระบบจัดการของเสียอันตรายในสถานที่จริง ช่วยให้นักศึกษาเห็นกระบวนการทำงานและข้อจำกัดในภาคปฏิบัติ ตลอดจนเปิดโลกทัศน์และเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต
การลงพื้นที่ของคณะสมาชิกวุฒิสภาครั้งนี้จึงมีข้อเสนอสำคัญให้ BWG สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับระบบจัดการกากอุตสาหกรรม มาตรการควบคุมมลพิษ และผลการติดตามด้านสิ่งแวดล้อมต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและทำความเข้าใจกระบวนการดำเนินงานได้ ขณะที่ประเด็นข้อพิพาทและคำสั่งของกรมโรงงานอุตสาหกรรมยังต้องติดตามข้อเท็จจริงและผลการพิจารณาจากหน่วยงานที่มีอำนาจต่อไป










