วันนี้ (2 สิงหาคม) ครบ 3 ปีหลังการชุมนุม ‘ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์’ ที่เคยกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มผู้ชุมนุมกลับมาปักหลักที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอีกครั้งในวันนี้ (2 สิงหาคม) ภายใต้ธีม ‘จดหมายจากคุกอัซคาบัน’ เพื่อส่งเสียงแทนผู้ต้องขังคดีการเมือง โดยเฉพาะ อานนท์ นำภา อดีตแกนนำผู้ชุมนุมที่ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ พร้อมเชื่อมการรำลึกในอดีตเข้ากับการรณรงค์ผลักดันการแก้ไขกฎหมายและโครงสร้างทางการเมืองในปัจจุบัน
ไฮไลต์ของกิจกรรมอยู่ที่การอ่านจดหมายเปิดผนึกจาก อานนท์ นำภา ซึ่ง ธัชพงศ์ แกดำ เป็นผู้อ่านบนเวที โดยอานนท์ระบุว่า แม้จะถูกพิพากษาจำคุกรวม 32 ปี แต่คำพิพากษาไม่อาจหยุดยั้งอุดมการณ์ได้ พร้อมยืนยันว่าความจริงจะเป็นผู้ตัดสินสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ตั้งแต่การชุมนุมปี 2563 ในท้ายจดหมาย เขาส่งกำลังใจถึงผู้ร่วมอุดมการณ์ โดยระบุว่า ‘ความยากลำบากในคุกไม่ได้ทำให้ผมเปลี่ยนไป แต่เป็นบททดสอบให้ผมแข็งแรงและชัดเจนกว่าเดิม’ พร้อมขอให้ทุกคนรักษาความหวังไว้จนกว่าจะถึงเส้นชัย
ธัชพงศ์กล่าวว่า ชื่อ ‘จดหมายจากคุกอัซคาบัน’ ถูกเลือกมาเพื่อเปรียบเทียบกับเรือนจำในวรรณกรรมแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ความหวาดกลัวควบคุมผู้คน เช่นเดียวกับสิ่งที่ผู้ชุมนุมมองว่าเกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรมไทย พร้อมวิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุขว่าไม่สามารถสร้างสันติสุขได้ หากยังไม่นำคดีตามมาตรา 112 เข้ามาอยู่ในกระบวนการนิรโทษกรรม อีกทั้งระบุว่าประเทศกำลังอยู่ภายใต้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ที่ครอบงำกลไกอำนาจรัฐ จึงเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อแก้ไขกฎหมาย เพื่อ ‘ถอนรากถอนโคน’ โครงสร้างอำนาจดังกล่าว
ตลอดทั้งกิจกรรม แกนนำยังทยอยอ่านจดหมายจากผู้ต้องขังคดีการเมืองรายอื่น พร้อมเปิดบูธเชิญชวนประชาชนร่วมเข้าชื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย ทั้งการลบมรดกรัฐประหาร การรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาคม และการแก้ไขโครงสร้างอำนาจของวุฒิสภา ขณะที่ผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมากสวมชุดพ่อมดแม่มด ถือไม้กายสิทธิ์และป้ายภาพของอานนท์ นำภา เปลี่ยนพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยให้กลับมาเป็นเวทีของสัญลักษณ์และข้อเรียกร้องทางการเมืองอีกครั้ง ในวาระครบรอบ 3 ปีของม็อบที่ครั้งหนึ่งเคยผลักเพดานการถกเถียงทางการเมืองไทย



