รัฐบาลออสเตรเลียออกมาปกป้องมาตรการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย หลังผลการศึกษาล่าสุดพบว่า วัยรุ่นมากกว่า 8 ใน 10 คนยังคงเข้าถึงแพลตฟอร์มเหล่านี้ แม้กฎหมายมีผลบังคับใช้มาแล้ว 3 เดือน
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวานนี้ (31 กรกฎาคม) แอนดรูว์ ลีห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังออสเตรเลีย ออกมากล่าวถึงนโยบายจำกัดอายุเยาวชนในโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า รัฐบาลไม่เคยคาดหวังว่า ทุกคนจะปฏิบัติตามมาตรการได้ทั้งหมด แต่กฎหมายฉบับนี้ทำให้ผู้ปกครองหันมาพูดคุยเรื่องความปลอดภัยออนไลน์ของเด็กมากขึ้น
“เราไม่เคยคาดหวังว่า ทุกคนจะปฏิบัติตามมาตรการนี้ 100% กฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ได้รับการปฏิบัติตาม 100% เช่นกัน แต่การมีกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้ก็ยังเป็นเรื่องเหมาะสม” ลีห์กล่าว พร้อมระบุว่า มีบัญชีผู้ใช้งานหลายล้านบัญชีถูกปิดลงแล้ว
รัฐบาลออสเตรเลียยืนยันว่า นโยบายนี้ไม่ได้มีเป้าหมายให้เด็กเลิกใช้โซเชียลมีเดียทั้งหมดในทันที แต่ต้องการเพิ่มมาตรการคุ้มครองเด็ก และผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานที่เป็นเด็กมากขึ้น
ท่าทีของรัฐบาลมีขึ้นหลังสำนักงานคณะกรรมาธิการความปลอดภัยทางออนไลน์ของออสเตรเลีย (eSafety) เปิดเผยผลการศึกษาว่า เด็กอายุ 10-15 ปียังคงใช้โซเชียลมีเดียในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคม 2025
ผลการศึกษาพบอะไร
eSafety รายงานว่า ก่อนกฎหมายมีผล เด็กอายุ 10-15 ปี เกือบ 86% ยังคงใช้โซเชียลมีเดียอย่างน้อยหนึ่งแพลตฟอร์ม ขณะที่หลังบังคับใช้กฎหมายครบ 3 เดือน ตัวเลขลดลงเพียงเล็กน้อย หรืออยู่ที่ราว 81%
นอกจากนี้ วัยรุ่นออสเตรเลียราว 58% ระบุว่า ใช้โซเชียลมีเดียทุกวันหรือบ่อยกว่านั้น ลดลงเพียงเล็กน้อยจากประมาณ 60% ก่อนบังคับใช้มาตรการ
แม้สัดส่วนเด็กที่มีบัญชีโซเชียลมีเดียเป็นของตนเองจะลดลงจาก 52% เหลือ 42% ขณะที่จำนวนผู้ใช้งาน YouTube, Snapchat และ TikTok ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่เด็กจำนวนมากยังคงเข้าถึงแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้
รายงานยังพบว่า มาตรการดังกล่าวแทบไม่ทำให้พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเด็กเปลี่ยนแปลง ทั้งการเล่นกีฬา การออกกำลังกาย การทำกิจกรรมด้านศิลปะและดนตรี การใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน
ทำไมเด็กยังใช้โซเชียลมีเดียได้
eSafety ระบุว่า เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีส่วนใหญ่ยังคงใช้บัญชีเดิมได้ เพราะมีบัญชีก่อนกฎหมายมีผล ไปจนถึงการสร้างบัญชีใหม่ได้หลังผ่านไป 3 เดือน เนื่องจากแพลตฟอร์มยังไม่มีระบบตรวจสอบอายุที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
ทั้งนี้ เด็กประมาณครึ่งหนึ่งที่ยังคงใช้บัญชีเดิมระบุว่า แพลตฟอร์มไม่เคยตรวจสอบอายุของพวกเขา ซึ่งเป็นเหตุผลที่พบมากที่สุด ขณะที่มีบางส่วนกรอกข้อมูลในบัญชีว่า พวกเขามีอายุ 16 ปีขึ้นไป ส่วนบางรายผ่านระบบตรวจสอบอายุ เพราะระบบประเมินผิดว่า พวกเขามีอายุมากกว่าความเป็นจริง
eSafety ระบุว่า แม้บริษัทเทคโนโลยีจะปรับปรุงมาตรการบางส่วนแล้ว แต่ยังมีข้อกังวลว่า แพลตฟอร์มรายใหญ่อาจยังปฏิบัติตามกฎหมายได้ไม่ครบถ้วน
แพลตฟอร์มใดกำลังถูกตรวจสอบ
หลังเผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้นเมื่อปลายเดือนมีนาคม eSafety ประกาศตรวจสอบแพลตฟอร์ม 5 แห่งที่อาจไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ได้แก่ Facebook, Instagram, Snapchat, TikTok และ YouTube
เบื้องต้น รัฐบาลออสเตรเลียประกาศเมื่อเดือนมิถุนายนว่า จะเพิ่มโทษปรับสูงสุดเป็นสองเท่าสำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ พร้อมเพิ่มอำนาจให้ eSafety เรียกข้อมูลจากแพลตฟอร์มมาตรวจสอบได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มอย่าง Meta, Snapchat, TikTok และ Google ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการศึกษาล่าสุดในทันที
มีผลกระทบที่รัฐบาลไม่ได้คาดคิดหรือไม่
ผลการศึกษาพบว่า เด็กหันไปใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความและเกมออนไลน์เพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนเด็กที่ใช้ Reddit เพิ่มจาก 6% เป็นมากกว่า 9% ไม่ว่าจะมีบัญชีผู้ใช้งานหรือไม่ก็ตาม
อนึ่ง Reddit เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้มาตรการห้าม และกำลังยื่นฟ้องต่อศาลสูงออสเตรเลีย เพื่อคัดค้านการรวมแพลตฟอร์มของตนไว้ในกฎหมายดังกล่าว
นอกจากนี้ รายงานยังเตือนว่า มาตรการนี้อาจทำให้เกิดผลกระทบที่รัฐบาลไม่ได้คาดคิด เนื่องจากผู้ปกครองรับรู้พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของบุตรหลานน้อยลง
eSafety ระบุว่า เมื่อผู้ปกครองไม่ทราบว่า เด็กทำอะไรบนโลกออนไลน์ อาจทำให้เด็กขอความช่วยเหลือได้ยากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ก็อาจตรวจพบอันตรายทางออนไลน์และเข้าไปช่วยเหลือได้ช้าลง
นโยบายนี้ส่งผลต่อสุขภาพจิตเด็กอย่างไร
ก่อนมาตรการมีผล เด็กบางส่วนคาดว่า การถูกจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของตนเอง อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจหลังผ่านไป 3 เดือนพบว่า เด็กมากกว่า 65% ระบุว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพวกเขา
รายงานฉบับนี้จัดทำจากข้อมูลของเด็กและครอบครัวมากกว่า 4,000 คน โดยเปรียบเทียบข้อมูลช่วงก่อนกฎหมายมีผลกับข้อมูลหลังบังคับใช้กฎหมายครบ 3 เดือน และถือเป็นรายงานฉบับแรกภายใต้โครงการศึกษาระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อประเมินผลของมาตรการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย
ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกของโลกที่บังคับใช้ข้อจำกัดลักษณะดังกล่าว ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็ก ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังจับตาผลขอ
ภาพ: JEREMY PIPER / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/legal/litigation/australia-defends-teen-social-media-ban-after-study-shows-most-still-online-2026-08-01/
- https://www.thevibes.com/articles/world/125679/australia-defends-under-16-social-media-ban-as-teen-usage-remains-high-despite-restrictions
- https://www.abc.net.au/news/2026-07-31/most-australian-teens-still-on-social-media-after-ban/106983414


