วันนี้ (1 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชน ที่ แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ บ้านท่านางเริง ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยนายกรัฐมนตรีเดินทางด้วยรถยนต์หมายเลขทะเบียน กบ 5665 สุพรรณบุรี
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีคณะรัฐมนตรีและนักการเมืองระดับแกนนำร่วมให้การต้อนรับอย่างคับคั่ง นำโดย วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, ประภัตร โพธสุธน, สส.พรรคภูมิใจไทย จากทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และชัยนาท ตลอดจน อุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี
เมื่อเดินทางถึงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังการบรรยายสรุปโครงการส่งเสริมการเกษตร แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ ก่อนจะขึ้นเวทีพบปะประชาชน โดยระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการมาเห็นวิถีชีวิตและการทำงานของเกษตรกรด้วยตาตนเอง เพื่อทำความเข้าใจระบบการทำงานของชาวนาซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ
อนุทินเน้นย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลคือการทำให้รายได้จากผลผลิตทางการเกษตรตกอยู่กับเกษตรกรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ผลกำไรส่วนใหญ่ไปตกอยู่กับพ่อค้าคนกลางหรือนายทุน ในขณะที่ผู้ผลิตต้องลงทั้งแรงกายและหยาดเหงื่อแต่กลับได้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวชื่นชม ประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ว่าเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านข้าวและการเกษตรระดับท็อป 3 ของประเทศ โดยระบุว่าประสบการณ์และความทุ่มเทของประภัตรเป็นสิ่งที่หาได้ยาก และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนต้องเดินทางมาเยือนสุพรรณบุรีในวันนี้ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของประภัตรพอดี
ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมการวางผังเมืองและระบบคมนาคมของอำเภอเดิมบางนางบวช ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาระบบชลประทานอย่างเต็มกำลัง
“ถ้าวันนี้เราไม่จัดการน้ำ น้ำก็จะจัดการเรา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอให้คำสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือระบบชลประทาน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางที่ต้องรับน้ำจากภาคเหนือ ผมได้สั่งการให้ศึกษาและจัดสรรงบประมาณเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างราบรื่น และลดความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด” อนุทินกล่าว
ในช่วงท้ายของการปราศรัย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณชาวสุพรรณบุรีที่ให้ความไว้วางใจเลือก สส. จากพรรคภูมิใจไทยเข้ามาถึง 4 จาก 5 เขต ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกพรรคการเมือง พร้อมทิ้งท้ายด้วยการพูดสำเนียงสุพรรณบุรีเพื่อแสดงความผูกพัน โดยระบุว่า สุพรรณบุรีไม่ได้มีเพียงอดีตนายกฯ บรรหาร เท่านั้น แต่ในวันนี้ อนุทิน ก็ถือเป็นนายกรัฐมนตรีของคนสุพรรณบุรีเช่นเดียวกัน
ภายหลังการพบปะประชาชน นายกรัฐมนตรีได้นั่งรถรางเยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวฯ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังวัดเดิมบาง (คงคาราม) เพื่อกราบสักการะท้าวเวสสุวรรณ เทพหน้าทอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของอำเภอ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่ โดยนายกรัฐมนตรีได้จุดธูปเสี่ยงทายซึ่งปรากฏเป็นตัวเลข 996 ก่อนจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในจุดต่อไป







