×

คัมแบ็ก BTS ดัน Hybe พลิกกำไรหลังขาดทุน 3 ไตรมาสติด แต่นักลงทุนยังไม่มั่นใจ เพราะคำถามใหญ่คือจะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มี BTS

29.07.2026
  • LOADING...
สมาชิกวง BTS กำลังแสดงคอนเสิร์ตบนเวที

Hybe ค่ายเพลงและบริหารศิลปินรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ กลับมามีกำไรอีกครั้งหลังขาดทุนติดต่อกัน 3 ไตรมาส จากการคัมแบ็กของ BTS วงบอยแบนด์ระดับโลกที่กลับมารวมตัวครบทั้งวงอีกครั้ง โดยทำรายได้และกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสเดียวกัน

 

 
 

บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ที่ 109,700 ล้านวอน (ประมาณ 2.52 พันล้านบาท) ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อนมาอยู่ที่ 1.44 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.31 หมื่นล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเป็น 170,900 ล้านวอน (ประมาณ 3.93 พันล้านบาท)

 

อี แจซัง ซีอีโอของ Hybe ระบุระหว่างการแถลงผลประกอบการเมื่อวันอังคาร (28 ก.ค.) ว่า การคัมแบ็กครั้งประวัติศาสตร์ของ BTS ที่แฟนเพลงรอคอยมานาน ได้ผลักดันการเติบโตของตลาดเพลงทั่วโลก และยืนยันถึงพลังและสถานะของทั้ง K-pop และ BTS อีกครั้ง

 

แรงส่งจากคอนเสิร์ตที่ทำสถิติใหม่

 

ผู้ที่สร้างรายได้ให้บริษัทมากที่สุดคือ BTS ซึ่งเป็นวงหลักของ Hybe โดยสมาชิกทุกคนปลดประจำการจากการเกณฑ์ทหารเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน และหลังเตรียมงานอยู่หลายเดือน วงก็ปล่อยอัลบั้มใหม่พร้อมจัดคอนเสิร์ตคัมแบ็กในเดือนมีนาคม

 

ต่อมาในเดือนเมษายน BTS ออกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลก ทั้งญี่ปุ่น, อเมริกาใต้ และยุโรป ส่งผลให้ยอดสตรีมมิงออนไลน์เติบโต ขณะที่รายได้จากธุรกิจคอนเสิร์ตของ Hybe ในไตรมาส 2 แตะระดับ 647,600 ล้านวอน (ประมาณ 1.49 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดและเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ทว่าตัวเลขที่สวยงามนี้กลับสะท้อนโจทย์เดิมของบริษัทไปพร้อมกัน เพราะก่อนปี 2022 ที่ BTS พักวง รายได้ของ Hybe มาจากวงนี้ถึง 90% ก่อนที่สัดส่วนดังกล่าวจะลดลงเหลือราว 20% ในปี 2024

 

แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีการเปิดเผยสัดส่วนที่แน่ชัด แต่การลดการพึ่งพา BTS ยังถือเป็นภารกิจสำคัญของ Hybe ที่ต้องพิสูจน์ให้ได้

 

เร่งปั้นศิลปินใหม่ ท่ามกลางราคาหุ้นที่สวนทางผลประกอบการ

 

Hybe ระบุว่าการสร้างศิลปินนอกเหนือจาก BTS มีความคืบหน้า โดยยกตัวอย่างวงน้องใหม่อย่าง Cortis ที่เริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งค่ายระบุว่าวงทำผลงานได้ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับวงที่เดบิวต์มายังไม่ถึงปี

 

อีกแนวทางที่บริษัทให้ความสำคัญคือการจับมือกันเองระหว่างศิลปินในค่าย โดยเมื่อเดือนมิถุนายนได้ปล่อยซิงเกิลที่รวมเกิร์ลกรุ๊ปยอดนิยม 3 วง ได้แก่ Le Sserafim, Illit และ Katseye ซึ่งทำอันดับได้ดีบนชาร์ต Billboard

 

นักวิเคราะห์จาก Daol Investment & Securities ระบุว่าศิลปินรุ่นใหม่ของค่ายกำลังเติบโตในภาพรวม และคาดว่าจะได้เห็นทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ตามมา สอดคล้องกับ SK Securities ที่มองว่ารายได้จากทรัพย์สินทางปัญญาของศิลปินใหม่เติบโตเร็วกว่าที่คาดไว้

 

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ Hybe กลับยังต่ำกว่าระดับเมื่อปีก่อนถึง 25% สวนทางกับดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ที่ปรับขึ้น 88% ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้แรงหนุนหลักจากอุตสาหกรรมชิป

 

สาเหตุที่นักลงทุนไม่ตอบรับเท่าที่ควร เป็นเพราะได้รับรู้ผลบวกจาก BTS ไปแล้ว ประกอบกับความไม่แน่นอนว่าอนาคตของบริษัทจะเป็นอย่างไรหลังยุคของวงระดับตำนานวงนี้ ขณะที่ SK Securities ยังชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่ออุตสาหกรรมบันเทิงโดยรวมซึ่งลดลงด้วย

 

วางโมเดลธุรกิจที่ทำกำไรได้แม้ศิลปินไม่มีผลงาน

 

เพื่อรับมือกับโจทย์ดังกล่าว เมื่อเดือนพฤษภาคม Hybe ประกาศผนวกเทคโนโลยีเข้าไปในวิสัยทัศน์องค์กร ซึ่งรวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งาน โดยมีแอปพลิเคชันสำหรับแฟนคลับอย่าง Weverse เป็นหัวใจหลัก

 

การใช้ AI จะครอบคลุมทั้งงานแปลภาษา, การแนะนำคอนเทนต์ และการวิเคราะห์ข้อมูลแฟนคลับ ซึ่งอีระบุว่าเป้าหมายคือการสร้างโมเดลธุรกิจที่ยังทำกำไรได้ต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ศิลปินระดับท็อปไม่ได้มีผลงานเพลงออกมา พร้อมเดินหน้าลงทุนเพื่อลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและโปรโมตศิลปิน

 

อีกหนึ่งเรื่องที่ Hybe ต้องคลี่คลายคือความขัดแย้งกับ Ador ค่ายลูกที่ดูแลเกิร์ลกรุ๊ป NewJeans ซึ่งถือเป็นวงทำเงินอันดับ 2 รองจาก BTS โดยความขัดแย้งเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2024 และหลายฝ่ายเคยกังวลว่า NewJeans อาจแยกตัวออกจาก Hybe แต่ขณะนี้สถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลายลง

 

สัญญาณบวกปรากฏเมื่อวันพุธของสัปดาห์ก่อน (22 ก.ค.) เมื่อ Ador ปล่อยวิดีโอใหม่ที่มี NewJeans ร่วมแสดงเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี หลังวงต้องหยุดกิจกรรมไปในช่วงที่ความขัดแย้งรุนแรงที่สุด

 

ทว่าในวิดีโอดังกล่าวมีสมาชิกปรากฏตัวเพียง 4 คนจากทั้งหมด 5 คน โดยสมาชิกที่ขาดหายไปยังอยู่ระหว่างการต่อสู้คดีในชั้นศาลกับ Hybe

 

ต้นตอของความขัดแย้งมาจากการที่ มินฮีจิน ผู้ก่อตั้งและอดีตซีอีโอของ Ador มีความเห็นไม่ตรงกับ Hybe ในการตัดสินใจทางธุรกิจ ก่อนบานปลายกลายเป็นคดีความ และสุดท้ายจบลงด้วยการยอมความ

 

มินลาออกจาก Ador เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 และก่อตั้งบริษัทบริหารศิลปินแห่งใหม่เมื่อเดือนตุลาคม 2025 โดยระหว่างการแถลงข่าวเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม เธอระบุว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะรู้สถานการณ์ของ NewJeans โดยตรง แต่ก็ขอให้ Hybe ดูแลพวกเธอให้ดี

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 วอนเท่ากับ 0.023 บาท ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2569

 

ภาพ : Hector Vivas – FIFA/FIFA via Getty Images

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories