×

Apple ปรับเกมขาย iPhone จาก ‘ซื้อขาด’ สู่เช่า ‘รายเดือน’ เริ่ม 602 บาท ครบสัญญาเลือกคืนเครื่อง อัปเกรด หรือจ่ายเพิ่มเพื่อเก็บไว้

29.07.2026
  • LOADING...
ภาพ iPhone แสดงโปรแกรมเช่ารายเดือนใหม่ของ Apple ที่เริ่มต้น 602 บาท

Apple เปิดตัวโปรแกรมใหม่ชื่อ Apple Upgrade ที่เปิดให้ลูกค้าในสหรัฐฯ เช่า iPhone และอุปกรณ์อื่นเป็นรายเดือนแทนการผ่อนซื้อจนเป็นเจ้าของ โดยเริ่มต้นที่เดือนละ 17.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 602 บาท) ท่ามกลางราคาอุปกรณ์ที่ปรับสูงขึ้นจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลก

 

โปรแกรมนี้เกิดจากความร่วมมือกับ Klarna แพลตฟอร์ม Buy Now Pay Later โดยให้บริการทั้งที่หน้าร้าน Apple Store, เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน ซึ่งกลไกคล้ายกับการเช่ารถยนต์ เพียงแต่เปลี่ยนมาเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยี

 

สำหรับเงื่อนไข iPhone และ Apple Watch เลือกสัญญาเช่าได้ 12 หรือ 24 เดือน ส่วน Mac และ iPad อยู่ที่ 24 หรือ 36 เดือน โดยราคาเริ่มต้นของ Apple Watch และ iPad อยู่ที่เดือนละ 11.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 401 บาท) ขณะที่ Mac เริ่มต้นเดือนละ 24.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 836 บาท)

 

เมื่อครบกำหนดสัญญา ลูกค้าเลือกได้ว่าจะคืนเครื่องให้ Apple, อัปเกรดเป็นรุ่นใหม่ หรือจ่ายเงินก้อนเดียวเพื่อเก็บเครื่องไว้ ส่วนเครื่องที่ถูกส่งคืนนั้น Apple จะนำไปรีไซเคิลหรือขายต่อขึ้นอยู่กับสภาพ

 

ค่างวดถูกลงจริง แต่แลกมาด้วยการไม่ได้เป็นเจ้าของ

 

จุดขายหลักของโปรแกรมนี้คือภาระรายเดือนที่ต่ำลง โดย iPhone 17e รุ่นเริ่มต้นเมื่อเช่าผ่าน Apple Upgrade จะอยู่ที่เดือนละ 17.99 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การผ่อนซื้อเครื่องรุ่นเดียวกันจนเป็นเจ้าของอยู่ที่เดือนละ 24.95 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 835 บาท)

 

ความต่างยิ่งชัดเมื่อเทียบกับโปรแกรมเดิม โดย iPhone 17 Pro ที่เคยผ่อนผ่าน iPhone Upgrade Program ในราคาเดือนละ 57 ดอลลาร์สหรัฐเป็นเวลา 2 ปีแล้วได้เป็นเจ้าของ ตอนนี้เหลือเดือนละราว 32 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,071 บาท) แต่หากต้องการเก็บเครื่องไว้ต้องจ่ายเพิ่มอีกก้อนหนึ่งเมื่อครบสัญญา

 

พร้อมกันนี้ Apple ประกาศยุติ iPhone Upgrade Program ในสหรัฐฯ ซึ่งมีค่างวดกว่าเดือนละ 42 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,406 บาท) และโอนย้ายลูกค้าเดิมมายังโปรแกรมใหม่แทน

 

อย่างไรก็ตาม มีเงื่อนไขที่ผู้บริโภคต้องพิจารณา เพราะโปรแกรมเดิมรวมประกัน AppleCare ไว้แล้ว แต่โปรแกรมใหม่ให้เลือกซื้อเพิ่มเอง หมายความว่าหากต้องการความคุ้มครองกรณีเครื่องเสียหาย ก็ต้องจ่ายมากกว่าราคาที่ประกาศไว้

 

นอกจากนี้ค่าเช่ายังไต่ขึ้นเร็วในรุ่นท็อป โดย iPhone 17 Pro Max ความจุ 2TB เริ่มต้นที่เดือนละ 58.43 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,956 บาท) ขณะที่รุ่นราคาประหยัดอย่าง iPhone 16, MacBook Neo, iPad รุ่นมาตรฐาน และ Apple Watch SE ไม่ได้เข้าร่วมโปรแกรม

 

ส่วนการสมัครนั้นต้องผ่านการตรวจสอบเครดิตเบื้องต้นกับ Klarna ซึ่งบริษัทระบุว่าจะไม่เรียกเก็บค่าปรับกรณีชำระล่าช้า แต่จะยกเลิกสัญญาเช่าหากขาดการชำระติดต่อกัน 3 เดือน และไม่มีการเรียกเก็บเงินมัดจำ

 

เบื้องหลังคือต้นทุนชิปที่พุ่งและคนที่เปลี่ยนเครื่องช้าลง

 

การเปิดตัวโปรแกรมนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อเดือนมิถุนายน Apple ปรับขึ้นราคา Mac และ iPad โดยเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,347 บาท) และบางรุ่นขยับขึ้นมากกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33,470 บาท) ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นผลจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำ

 

ก่อนหน้านี้ ทิม คุก เคยเตือนว่าการขึ้นราคา iPhone เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากความต้องการชิปหน่วยความจำและชิปจัดเก็บข้อมูลจากบริษัท AI ดันต้นทุนสูงขึ้นมาก

 

ด้านนักวิเคราะห์ก็คาดการณ์ไปในทางเดียวกัน โดย Morgan Stanley ประเมินว่า Apple อาจต้องขึ้นราคา iPhone 18 Pro ราว 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,694 บาท) เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่ TechInsights ระบุว่าต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิตต่อเครื่องได้ถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10,041 บาท)

 

ไมค์ ฮาวเวิร์ด รองประธานฝ่ายวิเคราะห์ตลาดหน่วยความจำของ TechInsights ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่าผู้บริโภคควรเริ่มคิดถึง iPhone ราคา 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 50,205 บาท) แทนที่จะเป็นระดับ 1,000-1,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33,470-40,164 บาท) เหมือนที่ผ่านมา

 

อีกปัจจัยที่กดดัน Apple คือผู้บริโภคถือเครื่องนานขึ้น โดยประมาณการของ Bernstein ระบุว่ารอบการเปลี่ยน iPhone โดยเฉลี่ยยืดออกไปเกือบ 4 ปีแล้ว ขณะที่ผลสำรวจของ Reviews.org เมื่อปีก่อนพบว่าผู้ใช้ทั่วไปถือเครื่องเดิมเฉลี่ย 22 เดือน

 

ฟรานซิสโก เจโรนิโม นักวิเคราะห์จาก IDC มองว่าโปรแกรมนี้อาจช่วยให้ผู้บริโภคมอง iPhone หรือ Mac เป็นค่าบริการรายเดือนแบบหนึ่ง แทนที่จะเป็นการซื้อของชิ้นใหญ่

 

เขาระบุว่าความเสี่ยงที่แท้จริงของ Apple คือการขึ้นราคาต่อไปอาจกระทบรอบการเปลี่ยนเครื่อง และเห็นว่า Apple Upgrade มาในจังหวะที่บริษัทต้องการพอดี

 

เดิมพันในจังหวะเปลี่ยนผ่านผู้บริหาร

 

การรุกครั้งนี้ยังทำให้ Apple แข่งขันโดยตรงกับผู้ให้บริการเครือข่ายมากขึ้น จากเดิมที่ค่ายอย่าง AT&T, Verizon และ T-Mobile ใช้การผ่อนชำระค่าเครื่องและส่วนลดเทิร์นเครื่องดึงลูกค้าให้ผูกกับแพ็กเกจรายเดือนระยะยาว

 

นาบิลา โพพัล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยของ IDC ระบุว่าผู้บริโภคของ Apple ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และตลาดพัฒนาแล้ว ซื้ออุปกรณ์ผ่านการผ่อนชำระหรือการเทิร์นเครื่องอยู่แล้ว จึงคาดว่าจะได้เห็นข้อเสนอที่ดุเดือดขึ้นตามมา

 

สำหรับนักลงทุน การผลักดันให้ขายผ่านการผ่อนชำระเป็นกลยุทธ์ที่หลายฝ่ายเชื่อมานานว่าจะช่วยลดความผันผวนตามฤดูกาลของธุรกิจ และลดการพึ่งพาความสำเร็จของสินค้ารุ่นใดรุ่นหนึ่งเพื่อสร้างการเติบโต

 

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านผู้บริหารสูงสุด โดย จอห์น เทอร์นัส จะรับตำแหน่งซีอีโอต่อจากคุกในวันที่ 1 กันยายน ก่อนที่ Apple จะเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ซึ่งคาดว่าจะมีรุ่นจอพับได้เป็นครั้งแรก และมีการประเมินราคาไว้ที่ราว 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 83,675 บาท)

 

สำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณา สิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักคือความถี่ในการเปลี่ยนเครื่องของตัวเอง เพราะโปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องรุ่นใหม่ทุก 1-2 ปีและให้ความสำคัญกับค่างวดรายเดือนที่ต่ำลงมากกว่าการเป็นเจ้าของ ขณะที่คนซึ่งใช้เครื่องเดิมหลายปีอาจคุ้มกว่าหากซื้อขาดไปเลย

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.48 บาท ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2569

 

ภาพ: Courtesy of Apple

 

อ้างอิง :

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising