วันนี้ (27 กรกฎาคม) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยรายงานประเมินผลการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรก (ชัชชาติ 1) พร้อมวิเคราะห์ความท้าทายที่รออยู่ในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง
ประเด็นสำคัญ
โดยภาพรวมพบว่า ผู้ว่าฯ กทม. ประสบความสำเร็จและมีผลงานที่จับต้องได้ชัดเจนในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนระดับเส้นเลือดฝอย หรือปัญหาใกล้ตัวของประชาชน ทว่ายังมีจุดอ่อนสำคัญคือ การดำเนินงานหลายโครงการยังมุ่งวัดความสำเร็จจากจำนวนกิจกรรม มากกว่าผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นจริงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน
รายงานฉบับนี้ได้ทำการประเมินเชิงลึกและครอบคลุมนโยบายใน 6 ด้านหลัก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงผลงานเด่นและข้อจำกัดที่ กทม. ต้องเร่งแก้ไข ดังนี้
ด้านปากท้องของประชาชน: มีผลงานเด่นในการสร้างแพลตฟอร์มเรียนรู้ตลอดชีวิต Next Learn (กว่า 680 หลักสูตร) และการจัดหาพื้นที่ค้าขายทดแทน (Hawker Center) แต่มีข้อจำกัดตรงที่ขาดการติดตามผลลัพธ์ว่าผู้ผ่านการอบรมมีรายได้เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ขณะที่พื้นที่ค้าขายทดแทนบางแห่งอยู่ในทำเลที่ลูกค้าน้อยและยังมีจำนวนไม่เพียงพอ
ด้านการเดินทางและขนส่ง: ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีสัญญาณไฟปรับตามสภาพจราจร ปรับปรุงทางเท้ากว่า 1,100 กิโลเมตร และชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถสายสีเขียว แต่การแก้ปัญหายังมีลักษณะแยกส่วน ขาดแผนแม่บทเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะ และการออกแบบถนนยังคงให้ความสำคัญกับรถยนต์ส่วนบุคคลมากกว่าความปลอดภัยของคนเดินเท้า
ด้านการลดคอร์รัปชัน: มีความคืบหน้าในการเปิดเผยข้อมูล Open Data กว่า 1,400 ชุด เปิดระบบยื่นขออนุญาตออนไลน์ และใช้ Traffy Fondue รับแจ้งเบาะแส อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบทุจริตยังเป็นเชิงรับและล่าช้า โครงการจัดซื้อจัดจ้างกว่าร้อยละ 93 ยังใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งมีความเสี่ยง และการปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อลดดุลพินิจเจ้าหน้าที่ยังคืบหน้าน้อย
ด้านสิ่งแวดล้อม: สามารถปลูกต้นไม้ทะลุเป้าหมายกว่า 2 ล้านต้น พัฒนาสวน 15 นาที จำนวน 389 แห่ง และลอกท่อระบายน้ำทะลุเป้า แต่พบว่าต้นไม้ที่ปลูกถึงร้อยละ 45 เป็นเพียงไม้พุ่มหรือไม้เลื้อย ปริมาณขยะยังสูงถึง 13,254 ตันต่อวัน และน้ำเสียเกินครึ่งยังไม่ได้รับการบำบัด
ด้านการศึกษา: มีนโยบายลดภาระงานเอกสารของครูและนโยบายเรียนฟรีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่ยังเผชิญวิกฤตด้านสมรรถนะของนักเรียนที่มีทักษะการอ่านและคิดวิเคราะห์ต่ำกว่าเกณฑ์ รวมถึงปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงรอยต่อ ป.6 ถึง ม.1
ด้านสุขภาพ: โดดเด่นด้วยโครงการตรวจสุขภาพฟรีล้านคน และการสร้างฐานข้อมูล Health Map แต่ กทม. ยังคงเป็นเพียงผู้ให้บริการ มากกว่าผู้จัดการระบบสุขภาพ โดยงบประมาณด้านสาธารณสุขมีเพียงร้อยละ 6 และการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงยังอยู่ในระดับต่ำ
บทสรุปและก้าวต่อไปของ ‘ชัชชาติ 2’
สถาบัน TDRI สรุปทิ้งท้ายว่า ความท้าทายหลักของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยที่สอง คือการเปลี่ยนผ่านจากการแก้ไขปัญหาเส้นเลือดฝอย ไปสู่การจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างหรือเส้นเลือดใหญ่อักเสบเรื้อรัง ซึ่งมีความซับซ้อนและไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกิจกรรมผิวเผิน
กทม. จำเป็นต้องอาศัยการปฏิรูปกฎระเบียบ การประสานงานร่วมกับสภากรุงเทพมหานครและรัฐบาลกลางอย่างใกล้ชิด รวมถึงต้องมีความกล้าหาญทางการเมืองในการจัดการกับปัญหาที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง เช่น การปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง และการจำกัดพื้นที่รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลอย่างยั่งยืนต่อไป
อ่านรายงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่
| ประเมิน 4 ปีแรกกับโจทย์ใหญ่ของ “ชัชชาติ 2″ข้อเสนอผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ให้กรุงเทพฯ – TDRI: Thailand Development Research Institute 27 ก.ค. 2569 | 14:15 |


