ดีพร้อมยกเครื่อง ‘คพอ.’ สู่กลไกเร่งเศรษฐกิจภาคใต้ ปั้น 86 ผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ เชื่อมคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ ต่อยอดซัพพลายเชน ดันอุตสาหกรรมอาหาร ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และค้าชายแดน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน 300,000 ล้านบาท พร้อมเร่งฟื้นหาดใหญ่ครบ 1 ปีหลังน้ำท่วม
ประเด็นสำคัญ
ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปี 2569 ดีพร้อมจัด กิจกรรมการพัฒนาผู้นำองค์กรสู่นักบริหารธุรกิจแบบมืออาชีพให้ดีพร้อม (ดีพร้อม คพอ.) จำนวน 12 รุ่นทั่วประเทศ โดยมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการเชื่อมโยงผลลัพธ์ตั้งแต่ระดับบุคคล ธุรกิจ ไปจนถึงระบบเศรษฐกิจของพื้นที่ ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การวิเคราะห์ธุรกิจ การจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการติดตามผลด้านรายได้ การลดต้นทุน และการจ้างงาน ต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่มูลค่าสูงอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด คนเก่ง ธุรกิจแกร่ง พื้นที่เข้มแข็ง
ทั้งนี้ ภาคใต้ ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของโครงการ เนื่องจากมีศักยภาพทั้งด้านอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป การท่องเที่ยว การบริการ โลจิสติกส์ และการค้าชายแดน รวมถึงมีทำเลที่สามารถเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านและอาเซียน จึงเป็นฐานเศรษฐกิจที่สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้ในอนาคต

โดยปีนี้ ดีพร้อมจัดกิจกรรม คพอ. ในภาคใต้ 3 รุ่น ครอบคลุมจังหวัด นครศรีธรรมราช นราธิวาส และสงขลา มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 86 ราย จากหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของภาค
ได้แก่ ธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัล ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจแปรรูปอาหารทะเล และธุรกิจรังนก ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสสร้าง มูลค่าเพิ่มและขยายตลาดในอนาคต
ณัฏฐิญา เผยอีกว่า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในปีนี้สะท้อนศักยภาพของเศรษฐกิจภาคใต้ได้อย่างชัดเจน อาทิ โรงแรมบุรีศรีภู จังหวัดสงขลา ที่มุ่งยกระดับการบริหารธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ , บริษัท สยายปีกบิน จำกัด จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์รังนกแปรรูปมูลค่าสูง และ บริษัท อุตสาหกรรมทวีวงษ์ หาดใหญ่ จำกัด จังหวัดสงขลา ผู้ผลิตและแปรรูปอาหารทะเล ที่ยกระดับมาตรฐานการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน
สะท้อนให้เห็นว่า คพอ. สามารถต่อยอดศักยภาพผู้ประกอบการได้ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้ได้อย่างดี


อธิบดี กล่าวอีกว่า การพัฒนาผู้ประกอบการในปัจจุบันไม่ได้ มุ่งเน้นเพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้ แต่เริ่มจากการวิเคราะห์ศักยภาพและความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย ก่อนออกแบบกระบวนการพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทธุรกิจ
พร้อมเพิ่มเนื้อหาที่ตอบโจทย์โลกธุรกิจยุคใหม่ ทั้งการใช้ AI, Power BI, การตลาดดิจิทัล เทรนด์ธุรกิจโลก ตลอดจนความรู้ด้านกฎหมายและกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ เพื่อช่วยให้ SMEs และวิสาหกิจชุมชนสามารถยกระดับสู่ธุรกิจที่มีมาตรฐานมากขึ้น
ชูเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสะเดา-Rubber City
นอกจากนี้ หลักสูตรยังมุ่งสร้างเครือข่ายธุรกิจในรูปแบบ Cluster เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการในพื้นที่ให้สามารถแบ่งปันวัตถุดิบ เทคโนโลยี ตลาด และห่วงโซ่อุปทานร่วมกัน เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค มากกว่าการพัฒนาเฉพาะรายธุรกิจ
สำหรับภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ยังมีจุดแข็งในอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป อาหารทะเลกระป๋อง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อุตสาหกรรมชีวภาพ ตลอดจนธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
โดยมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ทั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสะเดา และ Rubber City ซึ่งสามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง และสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ในอนาคตได้
ครบ 1 ปีน้ำท่วม เร่งฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่
THE STANDARD WEALTH ร่วมลงพื้นที่กับดีพร้อม ที่อ.หาดใหญ่ โดยอธิบดี ณัฏฐิญา ระบุถึง ภาพรวมเศรษฐกิจหลังครบรอบ 1 ปีหลังเหตุอุทกภัยใหญ่ในพื้นที่ หาดใหญ่และจังหวัดสงขลา
โดยดีพร้อมได้กำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ช่วย ผู้ประกอบการซ่อมฟื้นเครื่องจักรที่ได้รับความเสียหาย วางแผนธุรกิจใหม่ และเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้สถานประกอบการสามารถกลับมาผลิตได้ปกติโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ก็ผู้ประกอบการก็เริ่มกลับมายืนได้อย่างแข็งแกร่ง
“ช่วง 1 ปี เราผลักดันผู้ประกอบการให้ขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูป ผู้ประกอบการ OEM ที่เริ่มพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง รวมถึงการส่งเสริมธุรกิจ Soft Power เช่น ร้านอาหารและผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างเสน่ห์ใหม่ให้เศรษฐกิจภาคใต้ในระยะยาว”
ปัจจุบัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังเผชิญความท้าทาย 3 ด้าน ได้แก่ การกำหนดทิศทางการเติบโตของธุรกิจ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ และการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ ดีพร้อมจึงออกแบบหลักสูตรให้ผู้ประกอบการได้วิเคราะห์ธุรกิจ
พร้อมจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจรายกิจการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ประกอบการต่างอุตสาหกรรม และต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนหลังจบโครงการ พร้อมติดตามผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาหลักสูตรให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมในอนาคต

ทั้งนี้ คพอ. เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของดีพร้อมที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2523 ตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี ได้พัฒนาผู้ประกอบการแล้ว 437 รุ่น รวมกว่า 14,000 ราย ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ จนเกิดเป็นเครือข่ายผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง สามารถต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน
โดยปัจจุบันเครือข่ายดังกล่าว สร้างมูลค่าทางธุรกิจรวมกัน ไม่น้อยกว่า 300,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ดีพร้อมตั้งเป้าสร้างผลตอบแทน ทางเศรษฐกิจจากงบประมาณที่ลงทุน ไม่น้อยกว่า 7 เท่า ผ่านการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
‘หาดใหญ่’ ประตูเชื่อมเศรษฐกิจใต้-มาเลเซีย
สำหรับ ‘หาดใหญ่’ ถือเป็นหัวใจเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาและเป็นประตูเศรษฐกิจภาคใต้ ด้วยบทบาทศูนย์กลางการค้า การบริการ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งเชื่อมโยงการลงทุนและการขนส่งสินค้าไปยังอาเซียน
ส่งผลให้จังหวัดสงขลามีขนาดเศรษฐกิจ (GPP) สูงที่สุดของภาคใต้ มูลค่า 251,480 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 18% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคใต้ (GRP) มูลค่า 1.44 ล้านล้านบาท
โดยมีภาคอุตสาหกรรม การค้า และบริการเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ ดังนั้น การฟื้นตัวของหาดใหญ่หลังเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ แต่ยังหมายถึงการเร่งฟื้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการจ้างงานของทั้งภูมิภาคอีกด้วย

