ในแวดวงเซปักตะกร้อไทย ชื่อของ โทนี่-พรเทพ ถิ่นบางบน คือหนึ่งในนักกีฬาที่ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมตลอดหลายปีที่ผ่านมา จุดเด่นของเขาคือ “ลูกเสิร์ฟ” ที่รุนแรงและแม่นยำ จนก้าวขึ้นมาเป็นตัวเสิร์ฟหลักของทีมชาติไทย และมีส่วนสำคัญในการพาทัพลูกหวายไทยคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ที่ประเทศจีน เมื่อปี 2023
PLAYER Profile: พรเทพ ถิ่นบางบน
แต่เบื้องหลังลูกเสิร์ฟที่แฟนกีฬาเห็นในสนาม ไม่ได้มีเพียงความสามารถเฉพาะตัว เพราะทุกครั้งที่เขาก้าวไปยืนในจุดเสิร์ฟ นั่นหมายถึงความคาดหวังที่ต้องแบกรับ เพราะในเซปักตะกร้อ การเสิร์ฟหนึ่งครั้งสามารถเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมได้ทันที และคนที่อยู่ภายใต้แรงกดดันมากที่สุด ก็มักเป็นคนแรกที่ต้องส่งลูกเข้าสู่เกม
“ตัวเสิร์ฟ” จึงไม่ใช่เพียงตำแหน่งที่ต้องเตะลูกให้แรงที่สุด แต่ต้องเป็นคนที่นิ่งที่สุดในช่วงเวลาสำคัญ และสำหรับ โทนี่ ความท้าทายไม่ได้จบลงที่การก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริง แต่คือการรักษามาตรฐานให้ได้ในทุกวัน
ลูกเสิร์ฟหนึ่งแต้ม แลกมาด้วยการฝึกซ้อมนับร้อยครั้ง
เอเชียนเกมส์ที่ประเทศจีน เป็นอีกประสบการณ์ใหม่ในชีวิตของโทนี่ ที่จะไม่มีวันลืม เมื่อเขาได้รับโอกาสลงสนามในฐานะตัวเสิร์ฟของทีมชาติไทยเป็นครั้งแรกในมหกรรมกีฬาระดับทวีป
แน่นอนว่าการรับหน้าที่นี้มาพร้อมกับความกดดัน แต่สิ่งที่ช่วยให้โทนี่ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ คือการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีม และการไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดหนึ่งครั้งกลายเป็นสิ่งที่ฉุดตัวเองลง
“ผมเชื่อมั่นในทีม ทั้งพี่ ๆ และน้อง ๆ ทุกคนให้กำลังใจกันเสมอ เวลามีข้อผิดพลาด ทุกคนจะบอกว่าไม่เป็นไร เอาใหม่ เริ่มใหม่” โทนี่ เปิดใจกับ THE STANDARD SPORT ก่อนจะเล่าต่อถึงวิธีรับมือกับความกดดันที่ไม่ได้ซับซ้อน เขาเลือกที่จะรีเซ็ตตัวเองและกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
“เวลาทำพลาด ผมจะหลับตาลงประมาณ 3-5 วินาที เพื่อทำสมาธิ สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกลับมาโฟกัสกับลูกต่อไป ผมใช้วิธีนี้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน”
ความนิ่งเช่นนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้เขายังคงได้รับความไว้วางใจในตำแหน่งสำคัญของทีมมาตลอด แต่เจ้าตัวยอมรับว่า ยังคงฝึกซ้อมอย่างหนักในทุกวัน และไม่สามารถหยุดพัฒนาตัวเองได้ เพราะตำแหน่งตัวจริงไม่ได้ถูกตัดสินจากผลงานในอดีต แต่ถูกพิสูจน์ใหม่ในทุกวันของการฝึกซ้อม
“ในทีมชาติไทยมีนักกีฬาที่เก่ง ๆ หลายคน ทุกคนมีความสามารถ และพร้อมที่จะขึ้นมาแทนกันได้”
“ผมคิดว่าเราไม่สามารถมองว่าตัวเองเป็นตัวจริงแล้วจะอยู่ตรงนี้ตลอดไป ถ้าวันหนึ่งเราหยุดพัฒนา คนอื่นก็พร้อมขึ้นมาแทน”
โทนี่ บอกว่า ในหนึ่งสัปดาห์ตารางฝึกซ้อมจะเน้นไปที่การฝึก “เสิร์ฟ ชง ตบ” อย่างเข้มงวด หากนับเฉพาะตารางฝึกของเขา ในแต่ละวันโทนี่ต้องฝึกเสิร์ฟลูกตะกร้อวันละไม่ต่ำกว่า 200 ลูก ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ยันตะวันตกดิน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำในการเสิร์ฟ
การฝึกเสิร์ฟของโทนี่ ไม่ใช่เพียงการเตะลูกให้ข้ามตาข่าย แต่ทุกครั้งเขาต้องยกขาขึ้นเกือบตั้งฉากกับลำตัวในมุมราว 90 องศา ก่อนเหวี่ยงลงด้วยแรงระเบิดจากสะโพก กล้ามเนื้อหน้าท้อง แผ่นหลัง และต้นขา เพื่อให้ลูกพุ่งเร็วและหนักที่สุด
ลองจินตนาการดูว่าการยกขาสูงฟาดแบบเต็มแรงซ้ำ ๆ ไม่ต่ำกว่า 200 ครั้งต่อวัน ร่างกายต้องรับภาระหนักขนาดไหน
“เมื่อก่อนผมฝึกได้วันละ 300 ลูกเลยนะ แต่เดี๋ยวนี้ต้องฝึกการเล่นเป็นทีม เพื่อสร้างความเข้าใจกันในทีมด้วย เพราะทีมชุดนี้มีน้องๆ รุ่นใหม่ติดทีมชาติหลายคนทำให้เราต้องสร้างความเข้าใจกันใหม่ ถามว่าจะทำให้ลูกเสิร์ฟลดประสิทธิภาพลงมั้ย หากเทียบระยะเวลากับเมื่อก่อนมันก็ลดลง ทำให้ผมต้องฝึกหนักกว่าเดิม”
“เพราะหนึ่งแต้มในสนามจริง เทียบได้กับการซ้อมหลายร้อยลูก เพราะตอนแข่งจริง เราต้องทำให้ได้ในจังหวะสำคัญที่สุด”
ราคาที่ต้องจ่าย เพื่อเป็นเบอร์ 1
การเป็นตัวเสิร์ฟมือหนึ่งของทีมชาติไทย ไม่ได้แลกมาด้วยชื่อเสียงเงินทองเพียงอย่างเดียว แต่ผลจากการฝึกซ้อมหนักตลอดเส้นทาง ส่งผลให้สภาพร่างกายต้องรับภาระหนักขึ้นตามอายุและการแข่งขัน
โทนี่ ยอมรับว่า เมื่ออายุเพิ่มขึ้น เขาเริ่มเข้าใจสิ่งที่รุ่นพี่เคยเตือนเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ
“ตอนอายุ 20 ปี ร่างกายผมฟิตมาก เจ็บนิดหน่อยก็หาย เมื่อก่อนผมเคยถามรุ่นพี่ในทีมว่าทำไมร่างกายพี่ดูติดขัดจัง เขาก็ตอบมาว่าอายุมากขึ้นจะเข้าใจเอง ตอนนี้ผมอายุ 31 ปีแล้ว รู้เลยว่ามันเป็นยังไง ก็เริ่มกังวลและกังวลมากด้วย”
สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดคืออาการบาดเจ็บบริเวณข้อต่อ โดยเฉพาะหัวเข่า เพราะอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตหลังจากเลิกเล่น
“ผมภาวนาว่าอย่าให้เป็นอะไรหนักก่อนเลิกเล่น เพราะถ้าเจ็บไปแล้วกลัวว่าจะใช้ชีวิตปกติไม่ได้ ตอนนี้ผมเลยต้องดูแลตัวเองมากขึ้น มีอาการเมื่อไหร่ ก็รีบให้นักกายภาพเข้ามาดูทันที”
สำหรับเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น โทนี่ไม่ได้กลับไปแข่งขันในฐานะแชมป์เก่าเท่านั้น แต่ยังต้องรับบทบาทสำคัญในฐานะรุ่นพี่ของทีม ที่ต้องนำประสบการณ์มาช่วยผลักดันนักกีฬารุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม แม้คู่แข่งสำคัญอย่างมาเลเซียจะพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เขาเชื่อในประสบการณ์ ความพร้อม และความสามารถของทุกคนในทีม จะช่วยให้ทัพลูกหวายไทยรักษาความสำเร็จบนเวทีเอเชียได้อีกครั้ง
คู่แข่งสำคัญ
เอเชียนเกมส์ 2026 จะเป็นการลงแข่งครั้งที่ 2 ของ โทนี่-พรเทพ ถิ่นบางบน หลังจากเคยคว้าเหรียญทองประเภททีมชุดชาย ในเอเชียนเกมส์ครั้งก่อนที่ประเทศจีน
ครั้งนี้เจ้าตัวจะลงแข่งขัน 2 รายการ ได้แก่ ทีมเดี่ยวชาย และทีมชุดชาย พร้อมเป้าหมายช่วยทีมตะกร้อไทยรักษาความยิ่งใหญ่บนเวทีเอเชีย
ส่วนคู่แข่งสำคัญของไทยยังคงเป็น มาเลเซีย คู่ปรับตลอดกาลของวงการตะกร้อ และมักโคจรมาพบกันในรอบชิงชนะเลิศแทบจะทุกรายการ
โดยในเอเชียนเกมส์ครั้งก่อน ไทยเอาชนะมาเลเซียได้ทั้ง 2 ประเภทที่เข้าชิง รวมถึงศึกชิงแชมป์โลก 2026 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่ทั้งสองชาติเจอกันในรอบชิงชนะเลิศทั้ง 2 อีเวนต์ ก่อนที่ทีมตะกร้อไทยจะคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเกาหลีใต้ ก็เป็นอีกทีมที่พร้อมขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงเช่นกัน
เซปักตะกร้อ แข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง
เซปักตะกร้อ ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ชิง 6 เหรียญทอง ประกอบด้วย ทีมเดี่ยวชาย, ทีมชุดชาย, ทีม 4 คนชาย, ทีมชุดหญิง, คู่หญิง และทีม 4 คนหญิง แข่งขันที่นาโกย่า ซิตี้ มิซูโฮะ ปาร์ค ยิมเนเซียม หรือ ยิมเนเซียมสวนสาธารณะมิซูโฮะ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำยามาซากิ ในสวนสาธารณะมิซูโฮะ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 20 กันยายน – 3 ตุลาคม
ผลงานของทัพตะกร้อไทยครองเจ้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์มาแล้ว 7 สมัยติดต่อกัน (1998-2022) โดยครั้งล่าสุดที่ประเทศจีน คว้าไป 4 เหรียญทอง จาก 6 อีเวนต์ ที่ชิงชัย
สำหรับสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ได้รับการคาดหวังว่าจะต้องคว้าเหรียญรางวัลได้ให้อย่างน้อย 4 เหรียญทอง เพื่อรักษาตำแหน่งเจ้าเหรียญทองกีฬาตะกร้อเอเชียต่อไป


