ตัวแทนสื่อมวลชนร้องเรียนกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ หลังถูกผู้มีอิทธิพลคุกคามและฟ้องหมิ่นประมาท เนื่องจากการนำเสนอข่าวโครงการขุดดินแลกน้ำ ที่อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ด้านประธานกรรมาธิการฯ รับติดตาม เตรียมลงพื้นที่หาข้อเท็จจริง และขอเป็นกำลังใจให้สื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาบนหลักการ
ภคมน หนุนอนันต์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับยื่นหนังสือจากสื่อมวลชน เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการฯ ติดตามคดีสื่อมวลชนถูกฟ้อง SLAPPs จากโครงการ ‘ขุดดินแลกน้ำ’
พรทิพย์ โม่งใหญ่ บรรณาธิการโต๊ะรายงานข่าวพิเศษ สำนักข่าวเวิร์คพอยต์ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อกรรมาธิการ พร้อมระบุว่า สืบเนื่องจากทีมข่าวเวิร์คพอยท์ นำโดยตนเองและทีมงานได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการขุดดินแลกน้ำ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ผู้ดำเนินการคู่สัญญาคืออำเภอนาดี ซึ่งมีการประกาศให้คู่สัญญาดำเนินการขุดลอกคูคลอง โดยสามารถนำวัสดุและทรัพยากรธรรมชาตินำไปเป็นรายได้
แต่จากข้อเท็จจริงที่ตนได้ลงพื้นที่ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่าโครงการดังกล่าว มีความผิดปกติในการดำเนินการ โดยลักษณะการดำเนินการไม่มีการขุดลอกคูคลองตามที่ได้กำหนดไว้ในรายละเอียด แต่เป็นลักษณะของการดูดทรายออกจำนวนมาก และเมื่อได้เสนอข่าวออกไป ตนเองและทีมงานได้ถูกข่มขู่หลายครั้งขณะลงพื้นที่ มีรถยนต์ขับติดตาม หลังจากนั้นก็มีการถูกฟ้องดำเนินคดีตามมา
ทั้งนี้ ยังมีสื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่ถูกผู้มีอิทธิพลใช้อำนาจกดดันเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปดำเนินการทางกฎหมายกับชาวบ้าน 2 คนในพื้นที่ รวมถึงตนที่ถูกฟ้องหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาจากการโพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊ก ตนจึงนำหลักฐานบางส่วนมามอบให้ทางกรรมาธิการฯ
พรทิพย์กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่มายื่นหนังสือในวันนี้ เนื่องจากเป็นแรงต่อสู้ครั้งสุดท้ายในฐานะบรรณาธิการโต๊ะรายงานข่าวพิเศษ เวิร์คพอยท์ทีวี เพราะอีกไม่กี่วัน ตนเองก็จะถูกพ้นสภาพการเป็นพนักงาน จึงอยากทำหน้าที่สื่อครั้งสุดท้าย
ภคมน หนุนอนันต์ กล่าวภายหลังรับยื่นหนังสือว่า ขอเป็นกำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนที่ยังคงยึดมั่นในการทำงานบนหลักการอย่างตรงไปตรงมา แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ขอยืนยันว่าคณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นลำดับแรก โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คณะทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ได้รวบรวมกรณีการฟ้องร้องเพื่อปิดปากประชาชนและสื่อมวลชน (SLAPPs) ไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงกรณีนี้ด้วย
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ เตรียมบรรจุวาระดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนในการฟ้องร้องดำเนินคดีมาให้ข้อมูล พร้อมยืนยันว่าการเปิดเผยความจริงถือเป็นจรรยาบรรณพื้นฐานที่สื่อมวลชนพึงกระทำได้ การฟ้องร้องเพื่อปิดปากสื่อมวลชนจึงไม่เพียงแต่เป็นการคุกคามบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ยังเปรียบเสมือนการปิดบังความจริงของสังคม
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังมีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ โดยขอเรียกร้องให้บุคคลที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการปิดปากผู้อื่น หันมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนด้วยข้อเท็จจริง และขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนร่วมกันนำเสนอข่าวสารอย่างกล้าหาญเพื่อยืนหยัดเคียงข้างเพื่อนร่วมวิชาชีพ


