สภากรุงเทพมหานครลงมติเห็นชอบ 37 เสียง ร่างแก้ไขข้อบัญญัติการประชุมสภา กทม. ที่เสนอโดย ส.ก. พรรคประชาชน ซึ่งมีใจความสำคัญมุ่งเน้นเพิ่มความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม ผ่านการบังคับให้เปิดเผยผลลงมติของ ส.ก. รายบุคคล และเปิดช่องให้ถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการได้
ประเด็นสำคัญ
ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่มี ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย เป็นประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ที่เสนอโดย ฉัตรชัย หมอดี ส.ก. เขตบางนา พรรคประชาชน เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมจากร่างข้อบังคับฯ เดิม ฉบับปี 2562 โดยมีการแก้ไขใน 3 ประเด็นที่สำคัญ คือ
แก้ไขให้การลงมติเปิดเผยให้ประชาชนตรวจสอบได้
เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมข้อ 72 จากเดิมกำหนดเพียงวิธีการออกเสียงแบบเปิดเผย แต่ไม่ได้ระบุให้ต้องประกาศผลลงมติของแต่ละบุคคลต่อสาธารณะ ซึ่งได้แก้ไขโดยการเพิ่มวรรคสี่ กำหนดให้สำนักงานเลขานุการสภา กทม. ต้องเปิดเผยผลการลงมติของ ส.ก. แต่ละคนให้รับทราบโดยทั่วไป
ทั้งนี้ มีเงื่อนไขบังคับใช้เฉพาะกรณีที่มีการลงคะแนนแบบเปิดเผยใน 2 วิธี ได้แก่ การใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนน และการเรียกชื่อสมาชิกตามลำดับอักษรให้ออกเสียงเป็นรายบุคคล
ปลดล็อกโควตาคณะกรรมการสามัญ
แกัไขเพิ่มเติมข้อ 84 จากเดิมที่กำหนดไว้ว่า ส.ก. 1 คนจะสามารถดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการสามัญได้สูงสุดไม่เกิน 3 คณะ ได้แก้ไขโดยเพิ่มวรรคสาม เป็นข้อยกเว้นว่า หาก ส.ก. ท่านใดไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการประสานงานร่วมสภา กทม. ตามข้อ 36/1 จะไม่ถูกนำตำแหน่งนี้ไปนับรวมในโควตา 3 คณะดังกล่าว
การถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการ
เพิ่มข้อบังคับใหม่ ข้อ 92/1 กำหนดหลักการให้การประชุมของคณะกรรมการย่อมถือเป็นการเปิดเผย โดยประธานคณะกรรมการอาจสามารถพิจารณาจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมได้หากเห็นสมควร
อย่างไรก็ตาม หากมีกรรมการในที่ประชุมไม่ประสงค์ให้มีการถ่ายทอด จะต้องทำการร้องขอต่อที่ประชุม โดยต้องมีกรรมการท่านอื่นรับรองคำขอนั้นไม่น้อยกว่า 2 คน และให้ที่ประชุมกรรมการลงมติชี้ขาดว่าจะดำเนินการในทางใด
หลังจากสมาชิกได้อภิปรายแสดงความเห็นแล้ว ได้เข้าสู่ขั้นตอนการลงมติ โดยที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากเห็นชอบ 37 เสียง ไม่เห็นชอบ 2 เสียง รับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมข้อบัญญัติฯ ในวาระที่ 1 รับหลักการ จากจำนวนผู้ร่วมประชุมทั้งหมด 39 คน
จากนั้นที่ประชุมได้เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาจำนวน 12 คน ได้แก่
- ฉัตรชัย หมอดี
- อมรินทร์ สวัสยานุภาพ
- เอกกวินท์ โชคประสพรวย
- ว่าที่ ร.ต. ไซราม ประกายกิจ
- มธุรส เบนท์
- ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ
- ณรงศักดิ์ ม่วงศิริ
- สมชาย เต็มไพบูลย์กุล
- พินิจ กาญจนชูศักดิ์
- กิตติพล รวยฟูพันธ์
- สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา
- อริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ
โดยกำหนดให้มีระยะเวลาแปรญัตติ 2 วัน และระยะเวลาพิจารณา 5 วัน


