วันนี้ (22 กรกฎาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีการทุจริตสวมสิทธิ์เอกสารทะเบียนราษฎร หรือคดี พ่อทิพย์แม่ทิพย์ ภายหลังจากกรุงเทพมหานครได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมี ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานดำเนินการสอบสวนจากส่วนกลาง ล่าสุดได้มีคำสั่งให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการกระทำความผิดให้ออกจากราชการไว้ก่อน แล้ว เพื่อเปิดทางให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและเด็ดขาดตามระเบียบทางราชการ
ชัชชาติ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ยกระดับมาตรการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยยอมรับว่าในระยะแรกอาจมีความหละหลวมเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไว้วางใจเอกสารรับรองจากโรงพยาบาล แต่จากการตรวจสอบเชิงลึกทำให้พบรูปแบบความผิดปกติ เช่น บางเขตมีพฤติการณ์การกดบัตรคิวที่เปิดช่องให้ผู้มาติดต่อเจาะจงเข้ารับบริการกับเจ้าหน้าที่รายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษ ต่างจากระบบปกติที่ต้องกดคิวเวียนตามลำดับ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นช่องทางที่เอื้อให้เกิดการทุจริตอย่างต่อเนื่อง จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบและอุดช่องโหว่งานบริการประชาชนทุกเขตอย่างจริงจัง
ส่วนกรณีการเข้ารับมอบโล่รางวัลบุคคลดีเด่นด้านการต่อต้านการทุจริต ประจำปี 2569 จากมูลนิธิต่อต้านการทุจริตนั้น ชัชชาติ กล่าวว่า รางวัลดังกล่าวถือเป็นผลงานร่วมกันของทุกคน ไม่ใช่รางวัลของตนเองเพียงคนเดียว แต่เป็นรางวัลของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างทุกคนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันทำงานด้วยความตั้งใจ และแสดงออกถึงความเอาจริงเอาจังในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
“รางวัลที่ได้รับถือเป็นกำลังใจในการทำงาน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเรายังต้องเดินหน้าต่อ เชื่อว่ากรุงเทพมหานครมาถูกทางแล้ว แต่ยังต้องทำงานให้หนักและเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม” ชัชชาติ กล่าว


