×

กมธ.ป.ป.ช. จับมือกรมที่ดิน เร่งยกระดับบริการสู่ดิจิทัล พร้อมประสาน BOI ตรวจนอมินีต่างชาติฮุบที่ดินภูเก็ต

โดย THE STANDARD TEAM
22.07.2026
  • LOADING...
อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. และ พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน พร้อมคณะ ถ่ายภาพร่วมกัน

วานนี้ (21 กรกฎาคม) อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร นำคณะเดินทางศึกษาดูงานที่กรมที่ดิน อาคารรัฐประศาสนภักดี โดยมี พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน พร้อมด้วยข้าราชการกรมที่ดินให้การต้อนรับ

 

อาสพลธ์ กล่าวว่า การเดินทางมายังกรมที่ดินในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจที่ตนและคณะกรรมาธิการฯ ตั้งใจมาเยือนกรมที่ดิน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและแลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนวางรากฐานความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับกรมที่ดิน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน

 

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวว่า การรับฟังข้อมูลในที่ประชุมมีหลายประเด็นที่คณะกรรมาธิการฯ สนใจติดตาม เช่น มาตรการป้องกันการถือครองที่ดินโดยนอมินีต่างชาติ ระบบตรวจสอบและป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐในการรังวัดและออกเอกสารสิทธิ์ ความคืบหน้าของโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) ที่ยังไม่มีการจัดทำแผนที่แนบท้าย แม้ที่ประชุมจะรับรองแล้ว รวมถึงพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน ซึ่งขณะนี้ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนและนิติบุคคลจำนวนมากว่ายังขาดแนวทางปฏิบัติ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ต่อเนื่องระหว่างสองหน่วยงานในอนาคต

 

อาสพลธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเดินทางมาศึกษาดูงานและรับฟังบรรยายสรุปที่กรมที่ดินได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี และกรมที่ดินกำลังปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องและรับบริการต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดิน ซึ่งเป็นสิ่งที่กรมที่ดินดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายปี และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

 

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวว่า ส่วนประเด็นการถือครองที่ดินโดยนิติบุคคลต่างด้าว (นอมินี) ได้มีการหยิบยกปัญหาการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติในจังหวัดภูเก็ตขึ้นมาหารือ โดยพบว่ามีนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นนอมินีผ่านการคัดกรองแล้วประมาณ 4,000 กว่าราย จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่ามีกรณีที่ต้องเพิกถอนการถือครองที่ดิน และยังมีกลุ่มเสี่ยงเพิ่มเติมอีกกว่า 300 ราย ขณะที่มีการดำเนินคดีเพื่อเพิกถอนแล้วกว่า 30 ราย ส่วนที่เหลือ เนื่องจากเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนด้วยทุนมูลค่าสูง กรมที่ดินจึงประสานไปยัง BOI เพื่อตรวจสอบว่าได้รับการส่งเสริมการลงทุนอย่างถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะดำเนินการเพิกถอนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising