×

เดิมพันไทยบนเวที OECD: จากผู้รับกติกา สู่ผู้ร่วมกำหนด

21.07.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกเดิมพันไทยบนเวที OECD

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการสมัครเป็นสมาชิก OECD แต่เดิมพันของกระบวนการนี้ไม่ใช่เพียงการได้ชื่อว่าอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีมาตรฐานสูงขึ้น หากคือการยอมเปิดกฎหมาย นโยบาย และวิธีทำงานของรัฐให้ถูกตรวจสอบ พร้อมตอบคำถามว่า ไทยจะใช้แรงกดดันจากภายนอกเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานได้จริงหรือไม่

 

 

OECD หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development) เป็นเวทีความร่วมมือด้านนโยบายของ 38 ประเทศสมาชิก มีบทบาททั้งการจัดทำข้อมูล มาตรฐาน และข้อเสนอเชิงนโยบาย ตั้งแต่เศรษฐกิจ การลงทุน ภาษี ธรรมาภิบาล การศึกษา แรงงาน ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ทำให้ OECD มีอิทธิพลไม่ใช่อำนาจบังคับประเทศต่างๆ แต่คือการใช้หลักฐาน การประเมินระหว่างประเทศ และแรงกดดันจากประเทศสมาชิก เพื่อผลักดันให้รัฐบาลปรับปรุงนโยบายและสถาบันของตนเอง

 

ไทยอยู่ในช่วง ‘ตรวจการบ้านประเทศ’

 

คณะมนตรี OECD มีมติเปิดการหารือรับไทยเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2024 และรับรอง Roadmap ในเดือนถัดมา ก่อนที่ไทยจะยื่น Initial Memorandum เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2025 เพื่อประเมินเบื้องต้นว่า กฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติของประเทศสอดคล้องกับมาตรฐาน OECD เพียงใด

 

ปัจจุบันไทยเข้าสู่การหารือเชิงเทคนิคกับคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 25 คณะ ครอบคลุมตั้งแต่บรรยากาศการลงทุน ตลาดการเงิน ธรรมาภิบาล การต่อต้านคอร์รัปชัน ไปจนถึงนโยบายแรงงาน การศึกษา และการพัฒนาภูมิภาค หากพบช่องว่าง คณะกรรมการสามารถเสนอให้ไทยแก้กฎหมาย นโยบาย หรือวิธีปฏิบัติได้ กระบวนการนี้ไม่มีกำหนดเวลาตายตัว และการรับสมาชิกใหม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกทั้งหมด

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ไทยจะเข้า OECD ได้เร็วเพียงใด แต่คือไทยจะเปลี่ยนกระบวนการประเมินให้เป็นเครื่องมือปฏิรูปประเทศ หรือเพียงปรับเอกสารและกฎหมายเพื่อให้ผ่านเกณฑ์

 

ภาคธุรกิจเข้าไปมีบทบาทได้แค่ไหน

 

นอกเหนือจากการเจรจาระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชนสามารถนำเสนอข้อคิดเห็นผ่าน Business at OECD หรือ BIAC ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ได้รับการรับรองให้เป็นตัวแทนภาคธุรกิจต่อ OECD มาตั้งแต่ปี 1962 ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและข้อเสนอจากภาคธุรกิจ เพื่อส่งเข้าสู่การหารือของคณะกรรมการและคณะทำงานด้านต่างๆ

 

สำหรับ BIAC Economic Policy Committee ขอบเขตครอบคลุมนโยบายเศรษฐกิจมหภาค การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ผลิตภาพ และความสามารถในการแข่งขัน สมาชิกสามารถเสนอประเด็น ร่วมพัฒนาจุดยืนของภาคธุรกิจ และให้ความเห็นต่อแนวนโยบายของ OECD แต่ไม่มีอำนาจลงมติแทนรัฐบาลสมาชิก อิทธิพลจึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของหลักฐาน ความเป็นไปได้ของข้อเสนอ และความสามารถในการสร้างแนวร่วมกับผู้แทนประเทศอื่น

 

ในจังหวะที่ไทยเข้าสู่กระบวนการประเมิน ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRANDi and Companies ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิก BIAC Economic Policy Committee เปิดอีกช่องทางให้มุมมองจากภาคธุรกิจไทยเข้าสู่บทสนทนาด้านนโยบายเศรษฐกิจของ OECD

 

ปิยะชาติมองว่า ปัญหาของไทยไม่ได้หยุดอยู่ที่ GDP เติบโตต่ำ แต่คือโครงสร้างที่ทำให้ประเทศสร้างมูลค่าได้ไม่เต็มศักยภาพ ตั้งแต่ธรรมาภิบาลและคอร์รัปชัน การทำงานแบบแยกส่วนของหน่วยงานรัฐ ระบบภาษี ไปจนถึงนโยบายอุตสาหกรรมที่มุ่งเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมายและดึงการลงทุน แต่ยังให้ความสำคัญไม่เพียงพอกับมูลค่าเพิ่ม เทคโนโลยี กำไรส่วนต่าง และการกระจายความมั่งคั่ง

 

ข้อเสนอที่เขาต้องการผลักดันในระยะแรกคือ การเชื่อมโยงนโยบายการคลัง การเงิน และอุตสาหกรรมให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนที่มีเป้าหมายและตัวชี้วัดร่วม แทนการดำเนินนโยบายแบบแยกส่วน

 

ภาพกราฟิกเดิมพันไทยบนเวที OECD 1

 

Sustainomy: เศรษฐกิจต้องโต โดยไม่ทิ้งต้นทุนไว้ข้างหลัง

 

อีกกรอบคิดหนึ่งที่ปิยะชาติพัฒนาขึ้นและนำเสนออย่างเป็นระบบผ่านหนังสือ Sustainomy คือการผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจดำเนินไปพร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ Sustainomy ไม่ใช่มาตรฐานหรือกรอบนโยบายอย่างเป็นทางการของ OECD

 

หัวใจของแนวคิดนี้คือการไม่นำการเติบโตทางเศรษฐกิจไปแลกกับสังคมหรือสิ่งแวดล้อม แต่ขยายความหมายของ ‘ทุน’ จากเงินและสินทรัพย์ ไปสู่ทุนมนุษย์และทุนธรรมชาติ การตัดสินใจจึงไม่ควรถามเพียงว่า GDP หรือผลกำไรเพิ่มขึ้นเท่าใด แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า ใครได้รับประโยชน์ ความเหลื่อมล้ำลดลงหรือไม่ และต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมถูกผลักให้สังคมรับภาระในอนาคตหรือเปล่า

 

สำหรับรัฐจึงหมายถึงการออกแบบแรงจูงใจและตลาดใหม่ให้การลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสามารถสร้างประโยชน์ต่อคนและสิ่งแวดล้อมพร้อมกัน ขณะที่ภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนจากการทำเรื่องความยั่งยืนเพื่อให้ผ่านข้อกำหนด ไปสู่การนำผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้าไปอยู่ในกลยุทธ์และการตัดสินใจลงทุน

 

Middle Power ต้องมีข้อเสนอ ไม่ใช่เพียงรักษาสมดุล

 

ไทยมีต้นทุนสำคัญจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์ที่เปิดกว้างกับหลายขั้วอำนาจ ฐานการผลิต ความมั่นคงทางอาหาร การแพทย์ การท่องเที่ยว และความสามารถในการประคองตัวผ่านวิกฤต จึงมีศักยภาพวางบทบาทเป็น Economic Middle Power ที่เชื่อมประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา

 

แต่ความเป็นกลางไม่ใช่อำนาจต่อรอง หากไทยยังตอบไม่ได้ว่า ต้องการมีบทบาทใดในเศรษฐกิจโลก และมีองค์ความรู้หรือข้อเสนออะไรที่ประเทศอื่นควรรับฟัง

 

ผลลัพธ์ของการมีตัวแทนไทยใน BIAC จึงไม่ควรวัดจากตำแหน่งหรือจำนวนการประชุม แต่ต้องวัดจากข้อเสนอของไทยที่เข้าสู่วาระหรือเอกสารนโยบาย การสร้างแนวร่วมกับประเทศอื่น และการนำความรู้จาก OECD กลับมาเร่งการปฏิรูปภายในประเทศ

 

เพราะการขยับจาก ‘ผู้รับกติกา’ ไปเป็น ‘ผู้ร่วมกำหนด’ ไม่ได้เกิดจากการมีที่นั่งในห้องประชุม แต่เกิดจากการมีข้อเสนอที่ชัด มีหลักฐานรองรับ และพิสูจน์ได้ว่า ประสบการณ์ของไทยสามารถช่วยตอบโจทย์เศรษฐกิจโลกร่วมกันได้

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising