การนำเสนอให้ควบรวมกระทรวงวัฒนธรรมเข้ากับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในวาระล่าสุดนั้น จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้ดูเหมือนจะเป็นเพียงเรื่องการปรับโครงสร้างทางราชการ แต่ในความเป็นจริงหาได้เป็นเช่นนั้น เพราะทั้งสองกระทรวงต่างมีพันธกิจ หน้าที่ และความเชี่ยวชาญแตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่ควรนำมารวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
กระทรวงวัฒนธรรมทำหน้าที่ปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมและสนับสนุนศิลปกรรม ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีบทบาทในการส่งเสริมและกำกับดูแลการท่องเที่ยวในฐานะกลไกสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมอาจดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ แต่คุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่เพียงแค่นั้น มรดกทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมมีความหมายสำคัญมาก ต่อชาติ ต่อคนไทย และต่อโลกใบนี้ มันเป็นรากเหง้าที่สะท้อนอัตลักษณ์ของผู้คน ช่วยหล่อเลี้ยงความรู้สึกถึงที่มาและความเข้าใจว่าตนเองเป็นใคร ในด้านวิจิตรศิลป์ คนไทยได้แสดงออกถึงตัวตนผ่านทัศนศิลป์ วรรณกรรม ภาพยนตร์ ดนตรี และการเต้นรำ
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้ถูกสถาปนาขึ้นเพื่อดูแลส่งเสริมวัฒนธรรม และได้ปฏิบัติพันธกิจอย่างสัมฤทธิ์ผล บุคลากรที่ดูแลสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาโบราณคดี สถาปัตยกรรม การพิพิธภัณฑ์ การอนุรักษ์แหล่งมรดก หัตถกรรมพื้นบ้าน ศิลปะร่วมสมัย ศิลปะการแสดง วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และศาสนกิจ การปฏิบัติงานนี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อคนไทยหลายล้านคนและชุมชนของเขา
ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยก็มีความสำคัญอย่างมาก บุคลากรของกระทรวงมีทักษะด้านการสร้างแบรนด์ การตลาด การโฆษณา การวางแผน การกำกับดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็สามารถส่งเสริมภาคส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เฉกเช่นกับภาคธุรกิจ งานของกระทรวงฯ สามารถ ประเมินผลได้ ในเชิงปริมาณโดยพิจารณาดัชนีชี้วัดความสำเร็จหรือ KPI (Key Performance Indicators) ที่สะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้ และการจ้างงานในภาคการท่องเที่ยว
ทว่าตัวชี้วัดเชิงปริมาณนี้สะท้อนผลการทำงานของกระทรวงวัฒนธรรมได้น้อยมาก เพราะงานของกระทรวงนี้ต้องการเกณฑ์การชี้วัดเชิงคุณภาพ เช่น แหล่งโบราณคดี วัด พระราชวัง และเมืองเก่าของไทย ได้รับการคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์เชิงพาณิชย์ และได้รับการอนุรักษ์ไว้สำหรับคนรุ่นหลังหรือไม่? มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จับต้องไม่ได้ ได้รับการรับรองและส่งเสริมหรือไม่? ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันหลากหลายของไทยได้รับการบันทึก และเผยแพร่สู่นักวิชาการและสาธารณชนหรือไม่? รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาศิลปกรรมอย่างจริงจังหรือไม่?
การบรรลุผลสำเร็จในพันธกิจด้านวัฒนธรรมเหล่านี้ ต้องอาศัยการวางแผนระยะยาว การมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญและประชาชน รวมถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและภาคเอกชน ผลการดำเนินงานในด้านนี้ไม่ได้วัดกันที่ KPIs รายปี และไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเงินหรือจำนวนนักท่องเที่ยว
แน่นอนว่าวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจะต้องเดินคู่กันไป กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยต่อยอดคุณค่าของวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ กระทรวงฯ ควรประสานงานกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวในปัจจุบันก็มีความจัดเจน ตื่นรู้ และเลือกสรรมากกว่าที่เคย พวกเขาให้คุณค่ากับความแท้ ความงาม ความลึกซึ้งทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่มีชีวิต
นั่นคือหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งต้องส่งมืออาชีพเข้าไปรักษาคุณค่าและความสมบูรณ์ของวัฒนธรรม หากสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมถูกใช้จนเกินขีด ถูกลดทอน หรือถูกแปลงเป็นสินค้าจนเสียรูปแบบ คุณค่าของวัฒนธรรมก็จะถูกบั่นทอน และส่งผลกระทบต่อทั้งนักท่องเที่ยวและคนไทยเอง ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกระทรวงวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและเป็นอิสระที่สามารถปฏิเสธ และหยุดยั้งการแสวงประโยชน์เมื่อจำเป็น
การควบรวมกระทรวงวัฒนธรรมเข้ากับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวซึ่งในที่สุดจะส่งผลเสีย ทั้งต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว และความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางวัฒนธรรมของชาติ ทั้งสองกระทรวงที่มีพันธกิจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนี้ ควรดำรงอยู่แยกจากกัน เพื่อให้แต่ละฝ่ายสามารถมุ่งมั่นกับภารกิจของตนได้อย่างเต็มที่
เจมส์ สเตนท์ เป็นผู้พำนักอาศัยในประเทศไทยมานาน เป็นสมาชิกกรรมการสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และที่ปรึกษาคณะกรรมการสมาคมมรดกวัฒนธรรมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


