จากกรณีที่มีความสับสนเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะทำงานของกรุงเทพมหานคร โดยหลายฝ่ายมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าตำแหน่ง ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นตำแหน่งเดียวกันนั้น
THE STANDARD ชวนทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทราบถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนของทั้ง 2 ตำแหน่ง ซึ่งแม้จะมีชื่อเรียกที่คล้ายคลึงกัน แต่กลับมีสถานะทางกฎหมาย สิทธิ หน้าที่ และค่าตอบแทนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ความแตกต่างด้านสถานะและข้อกฎหมาย
- ตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- สถานะทางกฎหมาย: เป็นตำแหน่งที่กฎหมายรับรองไว้ชัดเจน ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร มาตรา 57 โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจแต่งตั้งได้ไม่เกิน 9 คน
- สิทธิประโยชน์และหน้าที่: ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจะมีสถานะเป็นข้าราชการการเมือง ได้รับเงินเดือน เงินเพิ่ม เบี้ยประชุม และค่าตอบแทนอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. (แต่อยู่ในกลุ่มที่ไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ)
- ตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- สถานะทางกฎหมาย: ไม่ใช่ตำแหน่งข้าราชการการเมืองตาม พ.ร.บ. เฉพาะ แต่เป็นการอาศัยอำนาจตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ในการเชิญบุคคลภายนอกเข้ามาช่วยให้คำปรึกษา (สังเกตความแตกต่างที่คำว่า ‘ของ’) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ปรากฏในระบบราชการทั่วไป เช่น ตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี
- สิทธิประโยชน์และหน้าที่: ไม่มีเงินเดือน ไม่มีค่าตอบแทน ไม่มีอำนาจสั่งการทางกฎหมาย และไม่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. โดยมีบทบาทเพียงการให้ข้อเสนอแนะและคำปรึกษาเมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครร้องขอเท่านั้น
สำหรับรายนามบุคคลที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันของทั้ง 2 คณะ มีการแบ่งแยกสายงานและภารกิจอย่างชัดเจน
ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (คณะข้าราชการการเมือง 9 ราย)
- พล.อ. นิพัทธ์ ทองเล็ก (ประธานที่ปรึกษาฯ)
- พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี
- นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร
- พล.อ.อ.นพ. ทวีพงษ์ ปาจรีย์
- สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์
- เอกวรัญญู อัมระปาล
- ดนุดา จิวจินดา
- ลัพธวรรณ ลีรพงษ์กุล
- ณัฐพัชร ทวีวรรณบูลย์
ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (คณะผู้เชี่ยวชาญ 20 ราย)
- ต่อศักดิ์ โชติมงคล (ประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฯ)
- ทศพร ศิริสัมพันธ์ (ด้านพัฒนาองค์กร)
- วุฒิสาร ตันไชย (ด้านการพัฒนาท้องถิ่น)
- วิบูลย์ แสงชมภู (ด้านกฎหมาย)
- ฉันชาย สิทธิพันธุ์ (ด้านการแพทย์และสาธารณสุข)
- ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ (ด้านพัฒนาชุมชน)
- พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (ด้านผังเมือง)
- ต่อภัสสร์ ยมนาค (ด้านความโปร่งใส)
- พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย (ด้านเศรษฐศาสตร์)
- บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ (ด้านความยั่งยืนเมือง)
- พณชิต กิตติปัญญางาม (ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล)
- สุนิตย์ เชรษฐา (ด้านเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วม)
- สุพจน์ เตชวรสินสกุล (ด้านประสิทธิภาพเมือง)
- ปฐมพร ศิรประภาศิริ (ด้านสาธารณสุขดิจิทัล)
- แสงชัย ธีรกุลวาณิช (ด้านเศรษฐกิจเมือง)
- ภิมุข สิมะโรจน์ (ด้านเศรษฐกิจเมือง)
- นิติพันธ์ พันธุ์วิโรจน์ (ด้านทรัพยากรบุคคล)
- วีนัส อัศวสิทธิถาวร (ด้านการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์)
- เกศี จันทราประภาวัฒน์ (ด้านการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน)
- วิลาวัลย์ ธรรมชาติ (ด้านการมีส่วนร่วมของภาครัฐ)


